หลังจากครึ่งแรก คู่นี้ทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลังนาทีที่ 48 เป็นแมนฯซิตี้ ที่ขึ้นนำก่อน 1-0 เมื่อ เซร์คิโอ อเกวโร่ เปิดบอลให้ แฟร์นานดินโญ่ ยิงมุมแคบเข้าประตูไป แต่ลิเวอร์พูลมาตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทที่ 83 จากลูกที่ อดัม ลัลลาน่า เตะบอลชนเสา กระดอนมาเข้าทาง เฟลิเป้ คูตินโญ๋ ซัดเข้าไปไม่เหลือ
จากนั้นไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่ม เสมอกันไป 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที ก็ยังเสมอ 0-0 ต้องดวลจุดโทษตัดสิน แล้วเป็น วิลลี่ กาบาเยโร่ ผู้รักษาประตูของแมนฯซิตี้ ที่เป็นฮีโร่ เมื่อเซฟลูกจุดโทษของลิเวอร์พูลได้ถึง 3 ลูก ทำให้แมนฯซิตี้ ชนะไป 3-1 คว้าแชมป์ไปครอง ซึ่งถือเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของทีมอีกด้วย
สำหรับผู้เล่นของลิเวอร์พูลที่ยิงจุดโมษไม่เข้าก็คือ ลูคัส เลว่า/คูตินโญ่ และ ลัลลาน่า และยิงเข้าเพียงคนเดียวคือ เอ็มเร่ ชาน ส่วนของแมนฯซิตี้ มีพลาดแค่ แฟร์นานดินโญ่ ส่วน เฆซุส นาบาส/อเกวโร่ และ ยาย่า ตูเร่ ยิงเข้า
หลังเกม มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือของแมนฯซิตี้ บอกว่า ทีมของเขาสมควรเป็นแชมป์ตั้งแต่ในเวลาปกติแล้ว เพราะเล่นเหนือกว่า แต่เขาก็สะใจที่ได้แชมป์จากกการดวลจุดโทษ นอกจากนั้นกุนซือขาวชิลียังชื่นชมกาบาเยโร่เป็นพิเศษ เขามั่นใจในตัวผู้เล่นคนนี้มาตลอด และไม่เคยคิดจะดร็อปกาบาเยโร่ในนัดชิงเลย เพราะที่ผ่านมาในถ้วยนี้เขาให้กายาเยโร่ลงเล่นตลอด
ด้าน เจอร์เก้น คลอปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ก็บอกว่า แม้เขาผิดหวังในตออนท้าย แต่เขาก็เห็นสิ่งดีๆมากมายในเกมนี้ เราพยายามทุกอย่างแล้ว เรายิงประตูได้ เรามีโอกาสไม่น้อย มันเป็นเรื่องของความโชคร้าย แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่มาแพ้ในนัดชิงฟุตบอลถ้วยแบบนี้