ส่วนสภาพทีม จะไม่มี วิโตริโน่ อันตูเนซ แบ็กซ้าย ติดโทษห้ามแข่ง รวมถึงสองผู้เล่นที่เจ็บยาว ได้แก่ ไมโคล่า โมรอซยุค วิงแบ็คขวา กับ โอเล็กซานเด้อร์ ริบก้า ผู้รักษาประตูมือ 2 ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดทีมในช่วงนี้มากนัก นอกนั้นถือว่าสมบูรณ์พร้อม เพราะผู้เล่นที่เคยเจ็บมาก่อนหน้านี้ ต่างกลับมาได้หมดแล้วทั้ง จูเนี่ยร์ โมราเอส กับ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ สองกองหน้า ซึ่งถือเป็นตัวความหวังของเจ้าบ้านในนัดนี้.ส่วนฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของผู้จัดการทีม มานูเอล เปเยกรินี่ แม้จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม ดี แต่ก็ต้องแพ้ถึง 2 นัด ซึ่งผลงานล่าสุด เพิ่งออกไปพ่าย เชลซี ในศึกเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อ 3 คืนก่อน แต่ก็ถือว่าผู้เล่นไม่กรอบมาก เนื่องจาก เปเยกรินีตัดสินใจพักผู้เล่นตัวหลัก ส่งผู้เล่นเยาวชนรวม 8 คน ลงสนาม ทำให้เกมแพ้ขาด และถูกสื่ออังกฤษโจมตีอย่างมากในการทิ้งถ้วยเอฟเอ คัพ
แต่เปเยกรินี ให้เหตุผลว่าลูกทีมของเขาต้องเดินทางมาไกลถึงยูเครน แล้วยังมีนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ กับ ลิเวอร์พูล รออยู่ใน 4 คืนข้างหน้า คงมีแต่ยอดมนุษย์เท่านั้นที่ต้องลงทำศึกหนัก 3 นัด ใน 8 วัน โดยใช้ผู้เล่นชุดเดียวกันทั้งหมดได้
ส่วนสภาพทีมจะไม่มี 5 ผู้เล่นที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่ วิลฟรีด โบนี่ กองหน้า, เฆซุส นาบาส ปีก, เควิน เดอ บรอยน์ กับ ซามีร์ นาสรี่ สองกองกลางตัวรุก และ ฟาเบียน เด้ลฟ์ มิดฟิลด์ตัวกลาง
สำหรับนัดนี้ ผู้เล่นทุกคนที่ไม่มีชื่อในเกมแพ้ เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ จะกลับมามีชื่อหมด อาทิ เซร์คิโอ กุน อเกโร่, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, ยาย่า ตูเร่, โจ ฮาร์ท เป็นต้น
ส่วนอีกคู่ เป็นการพบกันระหว่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ของเนเธอร์แลนด์ กับ แอตเลติโก มาดริด จากสเปน ดดยทั้งสองคู่เตะกันในเวลาตีสอง สี่สิบห้านาที ตามเวลาในไทย