หลังจากรูปเกมเป็นไปแบบอาร์เซน่อลเน้นตั้งรับแล้วรอสวนกลับเป็นระยะๆ โดยที่อาร์เซน่อลยันบาร์เกมรุกของบาร์เซโลน่าอยู่ได้ 70 นาที พอถึงนาที 71 เป็นบาร์เซโลน่าที่ขึ้นนำ 1-0 จาก 3 ประสานของยอดกองหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ส่งบอลให้เนย์มาร์ ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ ลิโอเนล เมสซี่ ชอพบอลข้ามตัว ปีเตอร์ เช็ก นายทวารอาร์เซน่อลเข้าไป
บาร์ซ่ามาได้ประตูที่ 2 เมื่อได้จุดโทษนาที 83 จากการที่ มาร์ติเยอ ฟลามินี่ กองกลางตัวสำรองไปทำฟาวล์เมซสซี่ในเขตโทษ แล้วเป็นเมสซี่ที่ลุกขึ้นมายิงเองไม่เหลือ..จบเกม บาร์เซโลน่า บุกมาชนะอาร์เซน่อล 2-0 โอกาสเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายสดใส
หลังเกม เวนเกอรื กุนซืออาร์เซน่อล ยอมรับว่าผิดหวังที่ลูกทีมพลาดกันง่ายๆ แบบเดียวกับเกมพบ โมนาโก เมื่อรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นจังหวะดันขึ้นสูง เพื่อหวังตีเสมอ แต่กลับเสียประตู
เวนเกอร์ บอกว่า เรารู้ตั้งแต่ก่อนเกมว่า สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น คือ เปิดโอกาสพวกเขาโต้กลับเร็ว เพราะพวกเขาอันตรายมาก เราดันขึ้นสูงเกินไป ผมรู้ว่า 20 นาทีสุดท้าย เราน่าจะมีสิทธิ์ชนะ หากเราไม่ผิดพลาด มันเป็นค่ำคืนที่น่าหงุดหงิด
ส่วน เมสซี่ ก็เตือนเพื่อนร่วมทีม แม้พวกเขาได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจในเกมที่พบกับทีมที่แข็งแกร่ง และอุดมด้วยนักเตะชั้นยอด แต่อาร์เซนอลมีสิทธิ์ทำได้ทุกอย่าง 2 ประตูนอกบ้าน ถือว่ามีความหมายอย่างยิ่ง แต่เกมยังไม่จบ เราต้องชนะเกมถัดไป
ส่วนผลอีกคู่ ยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา แห่งอิตาลี เปิดบ้านเสมอกับ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีก้า แห่งเยอรมนี 2-2 โดยเป็นบาเยิร์น ที่ออกนำก่อน 2-0 จากลูกยิงของโธมัส มุลเลอร์ ในนาที 43 และ อาร์เยน ร็อบเบน นาที 55
แต่ยูเวนตุสไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไล่ยิงคืน 2 ประตูรวด จาก เปาโล ดิบาล่า กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ในนาที 63 และ สเตฟาโน่ สตูราโร่ กองกลางตัวสำรอง นาที 76
ส่วนคืนนี้ ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ยังมีเตะกันอีก 2 คู่ ในเวลา ตีสอง สี่สิบห้านาที คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเยือน ดินาโม เคียฟ ของยูเครน และ พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ของเนเธอร์แลนด์ ต้อนรับการมาเยือนของ แตเลติโก มาดริด แห่งสเปน