เสธ.โต ไม่หวั่นโดนฟีฟ่าแบน
22 ต.ค. 2558 | lastman

เสธ.โต เตรียมเดินหน้าแก้ไขข้อบังคับสมาคมฟุตบอล เรื่องที่มาของ 30 เสียงสมาชิกจากลีกภูมิภาค ในสัปดาห์หน้า ลั่นถ้าฟีฟ่าแบนก็พร้อมรับผิดชอบ
กีฬา
22 ต.ค. 2558 | lastman

เสธ.โต เตรียมเดินหน้าแก้ไขข้อบังคับสมาคมฟุตบอล เรื่องที่มาของ 30 เสียงสมาชิกจากลีกภูมิภาค ในสัปดาห์หน้า ลั่นถ้าฟีฟ่าแบนก็พร้อมรับผิดชอบ
จากกรณีที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ระบุยืนยันว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้รับรองการประชุมใหญ่ สมาคมฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2558 หากเสธ.โต พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลางที่ ฟีฟ่า แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการสู่การเลือกตั้งภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 และ บิ๊กเสือ สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะแก้ไขเรื่อง 30 เสียงจากทีมดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งอาจจะถูก ฟีฟ่า สั่งแบนได้ ซึ่ง เสธ.โต และ บิ๊กเสือ จะต้องรับผิดชอบนั้น
ล่าสุด เสธ.โตเปิดเผยว่าเรื่องนี้ไม่อยากไปทะเลาะด้วย อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ ไม่ต้องมาเตือน เพราะอยู่ในวิจารณญาณของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าฟีฟ่าจะแบนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบเอง แต่ ฟีฟ่า จะมาแบนทำไม เพราะได้แต่งตั้งชุดนี้ขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถามฟีฟ่าว่า คณะกรรมการชุดนี้สามารถแก้ไขข้อบังคับสมาคมฟุตบอล เรื่องที่มาของ 30 เสียงสมาชิกจากลีกภูมิภาค ได้หรือไม่ โดยในสัปดาห์หน้าจะนัดคณะกรรมการมาประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก หากไม่มีปัญหาในการประชุมครั้งนี้ ก็น่าจะจัดประชุมให้ถี่ขึ้น
เสธ.โต เผยอีกว่าเรื่อง30 เสียงจากลีกภูมิภาคนั้น ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขหรือไม่ แต่คงตอบโดยลำพังไม่ได้เพราะจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมหารือกับคณะกรรมการทั้งหมดการที่จะทำอะไรจะต้องคิดกันยาวๆ และยืนยันจะทำหน้าที่โปร่งใสเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงและไม่จำกัดสิทธิ์ รวมถึงจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
ด้าน บิ๊กเสือ เผยว่า กกท.ไม่มีหน้าที่ในการแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับของสมาคมกีฬาแต่อย่างใด สมาคมกีฬาเท่านั้นที่จะมีหน้าที่แก้ไขเมื่อได้รับการรับรอง จาก กกท. สำหรับกรณีของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยนั้น ได้มีการประชุมใหญ่พิเศษไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน ซึ่งมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการ และวิธีการสรรหาตัวแทนทั้ง 30 คนจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ทั้ง 6 ภาค และมีมติออกมา ซึ่ง กกท. ยังไม่ได้รับรอง
บิ้กเสือ กล่าวต่อว่า ขอให้ พล.ร.อ.สุรวุฒิและคณะกรรมการชุดนี้ ได้ทำงานก่อน ไม่ต้องกลัวว่าฟีฟ่าจะลงโทษอะไรเพราะกรอบหน้าที่ของ พล.ร.อ.สุรวุฒิ เป็นไปตามที่ฟีฟ่ากำหนด และหากการดำเนินการของสมาคมฟุตบอล เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฟีฟ่า คงไม่ต้องเข้ามาสั่งการ