โดยนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงไม่มี "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าชาวดัตช์ ที่เจ็บข้อเท้า ทำให้แนวรุกคาดว่ายังจะใช้ผู้เล่นจากนัดที่บุกไปชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ในพรีเมียร์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์
ดังนั้น เวย์น รูนี่ย์ กองหน้ากัปตันทีม จะยังคงรับหน้าที่เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ ขณะที่คู่กองหน้า ยังน่าจะเป็น มารูยาน เฟลไลนี่ เหมือนนัดล่าสุด เมื่อเล่นเข้าขากับ รูนี่ย์ ได้มากกว่า ราดาเมล ฟัลกัล ขณะที่แนวรับจะไม่มี จอนนี่ อีแวนส์ ที่โดนโทษห้ามแข่งจากการถ่มน้ำลายใส่ ปาปิส เดมบา ซิสเซ่ ในนัดล่าสุด และต้องชวดการลงสนามไปยาวถึง 6 นัด
เมื่อ อีแวนส์ ลงไม่ได้น่าจะเป็น ฟิล โจนส์ ที่ลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ คริส สมอลลิ่ง เพราะ มาร์กอส โรโฮ้ ยังต้องเล่นเป็นแบ็กซ้าย เนื่องจาก ลุค ชอว์ เจ้าของตำแหน่ง ยังเจ็บ ส่วนแบ็กขวาจะเป็นหน้าที่ของ อันโตนิโอ บาเลนเซีย
แดนกลางมีโอกาสที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะกลับมาเป็นตัวจริงร่วมกับ ดาลี่ย์ บลินด์ ที่หายเจ็บกลับมาแล้ว และตัวริมเส้น ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ จะตัดสินว่าจะให้ อังเคล ดิ มาเรีย เล่นตัวจริงต่อไป หรือจะให้ อัดนัน ยานูซาย ลงมาแทน เนื่องจาก ดิ มาเรีย ปีก "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนติน่า ชุดรองแชมป์โลก เล่นไม่ออกมา 2 นัดติดต่อกัน ขณะที่ฝั่งซ้าย แอชลี่ย์ ยัง รักษาตำแหน่งตัวจริงของตัวเองเอาไว้ได้
ด้าน อาร์เซน่อล ต้องมีการปรับแนวรับหลังจากที่ กาเบรี่ยล เปาลิสต้า เซ็นเต้อร์ฮาล์ฟ ที่กำลังเล่นได้ดีมีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ทำให้ต้องพักไป 3 สัปดาห์ และ โลร็องต์ กอสเซลนี่ จะกลับมาเป็นตัวจริงร่วมกับ แพร์ แมร์เตซัคเก้อร์ อีกครั้ง นอกจากนี้ยังไม่มี นาโช่ มอนรีล แบ็กซ้ายที่เจ็บ ทำให้ คีแรน กิ๊บบ์ส จะเป็นตัวจริงต่อไป
แดนกลางยังคงไม่มี มิเกล อาร์เตต้า กับ แจ็ค วิลเชียร์ ที่เจ็บ แต่ แอร่อน แรมซี่ย์ มีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงร่วมกับ ฟรานซิส โกเกแล็ง และมี เมซุต โอซิล ทำเกมรุกร่วมกับ ซานติ กาซอร์ล่า ให้ 2 กองหน้าอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กับ อเล็กซิส ซานเชซ เข้าทำประตู