นอกจากนี้ ร็อดเจอร์ส อาจจะมีการปรับทีมจากชุดที่เอาชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส มา 3-2 เมื่อกลางสัปดาห์ โดยจะตัดสินใจอีกครั้งว่า จะพัก สตีเวน เจอร์ราร์ด ในเกมนี้หรือไม่ หลังจากที่ลงเล่นหลายเกมติดต่อกัน จึงมีโอกาสที่ โจ อัลเลน จะกลับมาเป็นตัวจริงคู่กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แต่ ลูคัส เลวา ยังคงมีอาการเจ็บ
แนวรุก อดัม ลัลลานา มีลุ้นเบียดลงเป็นตัวจริง แต่ยังมีตัวหลักที่ ฟิลิปเป คูตินโญ และลาซาร์ มาร์โควิช ค่อนข้างแน่ และตัวหัวหอกแม้ว่า มาริโอ บาโลเตลลี จะเพิ่งยิงประตูชัยได้ในเกมล่าสุด แต่ก็น่าจะต้องนั่งเป็นตัวสำรองไปก่อนเพื่อให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นตัวจริงนัดที่ 2 ติดต่อกัน
ฝั่งคริสตัล พาเลซ ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ สกอตต์ แดน กองหลังตัวหลัก แต่แดนกลางยังคงไม่มี ไมล์ เยดินัค ที่เจ็บข้อเท้า รวมทั้ง เฌอโรม โธมัส ที่เจ็บข้อเท้า ส่วนแนวรุก เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ จะได้ลงตัวจริงแทนที่ ยายา ซาโนโก ที่เจ็บ และจะมี มารูยาน ชามัคห์ กับ วิลฟรีด ซาฮา เป็นตัวสนับสนุน
ขณะที่เวลา 19.45 น. เวสต์บรอมวิช จะเปิดสนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ พบ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน เจ้าถิ่นยังคงไม่มี โยนาส โอลส์สัน ในแนวรับ และยุสเซฟ มูลุมบู ในแดนกลางที่ยังเจ็บอยู่ทั้งคู่ และต้องลุ้นความฟิต วิคเตอร์ อนิเชบี ในแดนหน้า แต่แนวรุกยังคงมี ไซโด เบราฮิโน เป็นตัวหลักเหมือนเดิม
ทีมเยือนยังคงมีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบน เอเดรียน นายทวารมือ 1 ลงเล่นไม่ได้เนื่องจากติดโทษแบน ต้องใช้ ยุสซี ยัสเคไลเนน เฝ้าเสาแทน แนวรับไม่มีทั้ง วินสตัน รีด และเจมส์ คอลลินส์ ที่ยังเจ็บ แต่แนวรุกมีโอกาสที่ แอนดี คาร์โรลล์ จะกลับมาเป็นตัวจริงหลังจากหายเจ็บกลับมาแล้ว
โปรแกรมอีก 2 คู่ เวลา 22.00 น. แบล็คเบิร์น พบ สโตค และ ดาร์บี พบ เรดดิ้ง