เนชั่นทีวี

กีฬา

วิเคราะห์ World Cup 2014

26 มิ.ย. 2557

วิเคราะห์ World Cup 2014

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ นักเตะตัวหลักสุดคึก พร้อมลงเตะรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับ "จังโก้" เม็กซิโก ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย.นี้ ด้าน ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ดาวยิงวัยเบญจเพศ ประกาศก้อง จะใช้เกมสวนกลับเป็นหมากเด็ดต่อกรกับทีมแชมป์กลุ่ม บี

ความเคลื่อนไหวของทีม "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ทีมแชมป์กลุ่ม บี ซึ่งมีคิวลงเตะฟุตบอลโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เจอกับทีมอันดับ 2 กลุ่ม เอ "จังโก้" เม็กซิโก ในคืนวันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. ที่เมืองฟอร์ตาเลซา เวลา 23.00 น. ล่าสุด มีรายงานว่า ทีมฮอลแลนด์ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะตัวหลักบาดเจ็บเพิ่ม บรรดาดาวดังทั้ง อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมเลื้อย และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ศูนย์หน้ากัปตันทีมต่างพร้อมลงสนาม หลังจากที่นัดที่แล้ว เพอร์ซี ติดโทษแบน ส่วน ดาลีย์ บลินด์, ไนเจล เดอ ยอง และบรูโน มาร์ตินส์ อินดี ได้กลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้บ้างแล้วทั้งนี้ ทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวฮอลแลนด์ มีปัญหาแค่คนเดียว คือ เลรอย เฟอร์ มิดฟิลด์ตัวสำรอง และเป็นผู้โขกประตูให้ทีมขึ้นนำ ในเกมรอบแรกนัดสุดท้าย ที่ชนะ ชิลี 2-0 นั้น โชคร้าย มีอาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย ไม่สามาถลงสนามในเกมเจอกับเม็กซิโกได้แน่นอน โดยทางทีมแพทย์ของฮอลแลนด์ยืนยันว่า จากผลการตรวจอย่างละเอียด อาการเจ็บค่อนข้างรุนแรง และต้องหยุดพักรักษาตัวอย่างน้อย 2 สัปดาห์ นั่นหมายความว่า หากฮอลแลนด์ เอาชนะ เม็กซิโก จนได้ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ มิดฟิลด์วัย 24 ปีรายนี้ จะหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทีมแน่นอนด้าน ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ดาวยิงของทีม "จังโก้" เม็กซิโก เปิดเผยว่า อยากให้เพื่อนร่วมทีมมุ่งมั่นและมีสมาธิกับเกมในรอบต่อไป อย่าเพิ่งหลงระเริงกับผลงานที่ได้ผ่านเข้ารอบ และเม็กซิโกจะใช้เกมรับที่เหนียวแน่น พร้อมเกมโต้กลับที่รวดเร็วชี้ชะตาการเข้ารอบกับฮอลแลนด์ "ผมขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ของผม อย่างเพิ่งหลงระเริง ให้เตรียมตัวสำหรับการเจอกับฮอลแลนด์ให้ดี เราต้องคุมเกมรับให้ดีและคอยตอบโต้ในจังหวะที่ดี ซึ่งการที่ผมลงมายิงประตูได้จากเกมที่แล้ว มันทำให้ความมั่นใจของผมกลับมา หลายคนบอกว่า ผมกดดัน ที่ยิงไม่ได้ ซึ่งมันไม่จริงเลย ผมไม่เคยรู้สึกเช่นนั้น ผมคิดแต่อย่างเดียวว่า ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และสนุกกับเกมการเล่น ผมมีความมั่นใจทุกครั้งที่ลงสนาม ผมคิดว่าผมเดินทางถูกทางแล้ว และผมต้องการที่จะกับมันต่อไป"นอกจากนี้ หัวหอกวัย 25 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งอังกฤษ ยังกล่าวอีกว่า เขามีศักยภาพพอที่จะนำเม็กซิโก คว้าชัยชนะในนัดที่เหลือของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ไม่ว่าจะในฐานะนักเตะตัวสำรอง หรือ ตัวจริง 11 คนแรกก็ตาม"ผมมีช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ ในรอบ 3-4 ปีนี้ กับทีมชาติเม็กซิโก และแม้ผมจะมีปีที่ไม่ดีนักกับสโมสรของผมที่ต้องตกเป็นตัวสำรอง แต่สำหรับทีมชาติของผม ผมพร้อมจะลงสนามช่วยทีมชาติของผม ไม่ว่าจะในฐานะอะไร พวกเรากำลังมีความสุขกับการได้ผ่านเข้ารอบ"
"อินทรีเหล็ก"พร้อมอัดมะกันไม่มีจูงเข้ารอบความเคลื่อนไหวของ ศึกฟุตบอลโลก 2014  ประจำวันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งเป็นเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม จี "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ลงสนามพบกับ "พญาอินทรี" สหรัฐอเมริกา ที่อารีนา แปร์นัมบูโก เมืองเรชิเฟ ในเวลา 23.00 น. เกมนี้หากทั้งสองทีมที่มี 4 คะแนนเท่ากันลงเอยด้วยผลเสมอจะกอดคอกันเข้ารอบทันที และจะเป็น เยอรมนี ที่คว้าแชมป์กลุ่มด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า แต่ถ้าหาก สหรัฐอเมริกา ต้องการแซงเป็นแชมป์กลุ่มต้องคว้าชัยชนะให้ได้เพียงสถานเดียวโดย เยอรมนี ของกุนซือ โจอาคิม เลิฟ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน และจะใช้ผู้เล่นจากเกม 2 นัดแรกลงสนามเป็นส่วนใหญ่ สำหรับหัวใจของแนวรับไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะยังจะใช้ มัตส์ ฮุมเมลส์ ยืนคู่กับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ แต่แดนกลางน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการให้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงมาเล่นร่วมกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม และ โทนี โครส โดยจะถอด ซามี เคดิรา ออกไปเป็นตัวสำรอง ส่วน 3 แนวรุกอาจจะมีการพัก มาริโอ เกิตเซ, เมซุต โอซิล และ โธมัส มุลเลอร์ คนใดคนหนึ่งไป เพื่อเป็นการพักฟื้นจากอาการเหนื่อยล้า เพราะแนวรุกยังมีตัวเลือกดีๆ อีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อังเดร ชูร์เล, จูเลียน ดรักซ์เลอร์ และ มิโรสลาฟ โคลเซ นอกจากนี้ เลิฟ ยังได้ยืนยันเอาไว้แล้วว่า จะไม่เล่นเพื่อผลเสมอและจูงมือกันเข้ารอบอย่างแน่นอน แม้ก่อนหน้านี้ เลิฟ จะเคยเป็นผู้ช่วยของ เจอร์เกน คลินส์มันน์ อดีตกุนซือ "อินทรีเหล็ก" ในช่วงศึกฟุตบอลโลก 2006 มาก่อนก็ตามขณะที่ เจอร์เกน คลินส์มันน์ กุนซือชาวเยอรมันของ สหรัฐอเมริกา ก็ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้เช่นกันว่า จะจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามอย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยในการเข้ารอบ และน่าจะใช้ทีมชุดที่เสมอกับ โปรตุเกส 2-2 ลงสนามทั้งชุดด้วยการให้ คลินท์ เดมป์ซี ขึ้นไปยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน โจซี อัลติดอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บ และจะใช้ แกรมห์ ซูซี ลงมาเสริมเกมรุกทางริมเส้น และจะให้ ไมเคิล แบรดลีย์ รับบทเป็นกองกลางตัวรุกเหมือนเดิม   ส่วนอีกคู่ในกลุ่ม จี โปรตุเกส  จะลงสนามพบกับ "ดาวดำ" กานา ที่นาซิอองนาล มาเน่ การ์รินชา กรุงบราซิเลีย ในเวลา 23.00 น. โดยทั้งสองทีมที่มี 1 คะแนนเท่ากัน ยังมีลุ้นเข้ารอบ แต่จะต้องเอาชนะกันด้วยผลการยิงประตูให้ได้เยอะๆ และไปลุ้นให้เกมคู่ระหว่าง เยอรมนี กับ สหรัฐอเมริกา มีผลแพ้-ชนะเกิดขึ้น  เกมนี้ เปาโล เบนโต กุนซือ โปรตุเกส สามารถใช้งาน เปเป ที่พ้นโทษแบนกลับมายืนเป็นกองหลังคู่กับ บรูโน อัลเวส ส่วนแดนกลางยังคงมั่นใจ 3 มิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง เจา มูตินโญ, มิเกล เวโลโซ และ ราอูล ไมราเลส ขณะที่ 3 แนวรุกยังคงเป็น คริสเตียโน โรนัลโด กับ นานี ที่จะเป็นตัวยืนทางริมเส้น แต่กองหน้าตัวเป้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการให้ เอแดร์ ลงมาแทน เฮลเกอร์ ปอสติกา ที่เล่นไม่ออกในเกมล่าสุด ฝั่ง กานา ของกุนซือ เจมส์ อเวซี อัปเปียห์ ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ ดาเนียล โอปาเร ฟูลแบ็กที่เจ็บเข่าขวา แต่จะได้ จอห์น บอย กับ เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง ที่เจ็บในเกมล่าสุดฟิตกลับมาลงสนามในเกมนี้ได้อย่างแน่นอน ส่วนแนวรับยังคงใช้ โจนาธาน เมนซาห์ ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ จอห์น บอย ส่วนแดนกลางที่จะเล่นในระบบ 4-2-3-1 ยังคงเป็น ราบิว โมฮัมเหม็ด กับ มิกกาเอล เอสเซียง ที่จะเล่นเป็นกองกลางตัวรับ เนื่องจาก ซุลเลย์ มุนตารี ติดโทษแบน ขณะที่แนวรุก 3 คนยังคงใช้ เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง, คริสเตียน อัตซู, และ อังเดร อายิว โดยมี อซาโมอาห์ กียาน ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม"โสมขาว"ชนเบลเยียมลุ้นเข้ารอบขณะที่ กลุ่ม เอช "โสมขาว" เกาหลีใต้ ที่มีเพียง 1 แต้ม จะพบกับ "ปีศาจแดง" เบลเยียม ที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วจากการมี 6 คะแนนเต็ม ที่สนามอารีนา โครินเธียนส์ เมืองเซา เปาโล ในเวลา 03.00 น. โดย เบลเยียม ต้องการอีก 1 แต้มเพื่อประกันการเป็นแชมป์กลุ่มนี้ ส่วน เกาหลีใต้ ต้องชนะให้ได้ด้วยสกอร์มากๆ และลุ้นให้ แอลจีเรีย ไม่ชนะ รัสเซีย เพื่อที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเกมนี้ ฮอง เมียง โบ กุนซือ เกาหลีใต้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวรับ หลังพลาดเสียประตูจากเกมล่าสุดให้ แอลจีเรีย ถึง 4 ประตู ขณะที่แนวรุกยังน่าจะใช้ทีมชุดเดิมไปก่อน แต่หากว่าผลงานออกมาไม่ดีก็พร้อมจะใช้ 2 แข้งเก๋าอย่าง จี ดอง วอน หรือ ลี คุน โฮ ลงมาช่วยแดนหน้าด้าน เบลเยียม ของกุนซือ มาร์ค วิลมอตส์ แม้ว่าจะเข้ารอบไปแล้ว แต่จะยังใช้ผู้เล่นตัวหลักผสมกับตัวสำรอง โดยแนวรับจะไม่มี โธมัส แฟร์มาเลน ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และจะเป็น แยน แฟร์ทองเกน ที่จะได้ลงสนามแทน ส่วนแดนกลาง สตีเฟน เดอโฟร์ และ เควิน มิราญาส มีลุ้นเป็น 11 ตัวจริงเป็นนัดแรก ขณะที่แนวรุกแม้ว่า โรเมลู ลูกากู จะเล่นไม่ออกใน 2 นัดแรก แต่คาดว่า วิลมอตส์ จะยังให้โอกาสต่อไปส่วนเกมอีกคู่ในเวลาเดียวกัน "จิ้งจอกทะเลทราย" แอลจีเรีย จะพบกับ "หมีขาว" รัสเซีย ที่สนาม อารีนา ดา ไบซาดา เมืองคูริติบา โดย แอลจีเรีย ต้องการเพียงแค่เสมอ และลุ้นให้ เกาหลีใต้ ไม่ชนะ เบลเยียม จะได้เข้ารอบทันที ขณะที่ รัสเซีย หากจะเข้ารอบต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียว และลุ้นไม่ให้ เกาหลีใต้ ชนะเช่นกันนัดนี้ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช กุนซือ แอลจีเรีย จะยังใช้การทำทีมแบบเดิมด้วยการใช้ผู้เล่นที่มีความสมบูรณ์ที่สุดลงสนามเป็นตัวจริงด้วยระบบ 5-3-2 และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเหมือนในเกมล่าสุด แต่บรรดาผู้เล่นตัวหลักอย่าง มัดจีด บูเกร์รา, ราฟิค ฮัลลิช, ซาเฟียร์ ไทแดร์, อิสลาม สลิมนี และ โซฟิยาน เฟกูลี จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอนขณะที่ รัสเซีย ของกุนซือ ฟาบิโอ คาเปลโล น่าจะมีการปรับเกมรุก หลังจากที่ 2 นัดแรกยิงได้เพียงประตูเดียว และเมื่อต้องการชัยชนะในนัดนี้ อาจจะปรับระบบจาก 4-4-1-1 มาเป็น 4-4-2 ด้วยการเน้นเกมรุกเต็มที่ และอาจจะส่งตัวรุกอย่าง อลัน ซาโกเยฟ กับ อเลกซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟ ลงมาเสริม ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีปัญหาการบาดเจ็บหรือโทษแบน จึงทำให้ คาเปลโล สามารถเลือกผู้เล่นลงสนามได้แบบเต็มที่