เนชั่นทีวี

กีฬา

วิเคราะห์ World Cup Brazil 2014

23 มิ.ย. 2557 |

วิเคราะห์ World Cup Brazil 2014

ฮอลแลนด์ดวลชิลีแย่งแชมป์กลุ่ม ด้านความเคลื่อนไหวก่อนเกมคืนนี้ (23 มิถุนายน) เป็นเกมรอบแรกนัดสุดท้ายกลุ่ม บี "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ พบ ชิลี เวลา 23.00 น. โดยทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะมาได้ 2 นัดรวด ซึ่งฮอลแลนด์เอาชนะ สเปน 5-1 และชนะออสเตรเลีย 3-2 ขณะที่ชิลีชนะออสเตรเลีย 3-1 และชนะสเปน 3-0 เกมนี้จึงเป็นการตัดสินว่าทีมใดจะเป็นแชมป์กลุ่ม หากเสมอกันจะเป็น ฮอลแลนด์ ที่ได้แชมป์กลุ่มจากประตูได้เสียดีกว่า ก่อนการจัดทีมนัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือฮอลแลนด์ ต้องดูความฟิตของ 4 นักเตะหลัก ก่อนตัดสินใจ 11 ตัวจริง หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้ง อาร์เยน ร็อบเบน, ดาลีย์ บลินด์, ไนเจล เดอ ยอง ไม่ได้ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีม ส่วน บรูโน มาร์ตินส์ อินดี ที่มีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง จากเกมนัดเอาชนะ ออสเตรเลีย ไม่น่าจะลงสนามได้ 
ทำให้ ฟาน กัล อาจปรับมาเล่น 4-3-3 ซึ่งเป็นระบบที่ ฮอลแลนด์ เล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่า 5-3-2 ด้วยการเอาตัวรุกริมเส้นลงมาเพิ่มอีกคน ไม่ว่าจะเป็น เมมฟิส เดปาย หรือว่า เยเรเมน เลนส์ ขณะที่หัวหอกตัวเป้าจะไม่มี "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ซึ่งติดโทษแบนจากการโดน 2 ใบเหลือง จึงจะเป็น คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ที่ได้ลงมาเล่นร่วมกับ อาร์เยน ร็อบเบน ฝั่งชิลี ของกุนซือ ฮอร์เก ซัมเปาลี จะมีการปรับระบบการเล่นอีกครั้ง หลังจากเกมที่เอาชนะสเปน มีเซอร์ไพรส์ด้วยการเล่น 5-3-2 แต่เกมนี้จะกลับมาเล่นแบบ 4-3-3 เหมือนเดิม โดย กอนซาโล ฮารา กับ แกรี เมเดล จะยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ขณะที่แดนหน้า ฮอร์เก บัลดิเบีย จะกลับมาเป็นกองหน้าตัวรุกอยู่หลังคู่กองหน้าอย่าง อเลกซิส ซานเชซ และเอดูอาร์โด บาร์กาส 
"สเปน-ออสเตรเลีย" ชิงหนีบ๊วย เกมอีกคู่ของกลุ่ม บี ในเวลาเดียวกัน "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่าที่ตกรอบไปแล้ว จะเล่นเกมหนีบ๊วยของกลุ่มกับ "จิงโจ้" ออสเตรเลีย ซึ่งสเปนต้องชนะให้ได้สถานเดียว หากเสมอกันแชมป์เก่าจะเป็นบ๊วยของกลุ่มทันที เกมนี้ บิเซนเต เดล บอสเก กุนซือสเปน ที่ยังได้รับการหนุนหลังจากสหพันธ์ฟุตบอลสเปน จะใช้เกมนี้เป็นการทดสอบนักเตะสำหรับการสร้างทีมใหม่เพื่อใช้ในยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส และคาดว่าจะใช้ตัวสำรองลงสนามกันหลายคน โดยเฉพาะในแดนกลางที่น่าจะเป็นโอกาสของ ซานติ กาซอร์ลา, โกเก และ เชส ฟาเบรกาส ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง และในแดนหน้า ดาวิด บีญา ก็น่าจะได้รับโอกาสเช่นเดียวกัน ขณะที่ออสเตรเลีย จะไม่มี ทิม เคฮิลล์ กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบน ทำให้กุนซือ อันเก ปอสเตโคกลู ต้องจัดแนวรุกใหม่ เพราะนอกจาก เคฮิลล์ ที่ลงไม่ได้แล้ว มาร์ค เบรสชาโน ที่เล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำยังมีอาการบาดเจ็บ โอกาสผ่านการทดสอบความฟิตมีไม่มากนัก โดยในตำแหน่งของ เบรสชาโน หากลงไม่ได้จะเป็น โอลิเวอร์ โบซานิช ที่ได้ลงแทน และตำแหน่งหัวหอกน่าจะเป็น เจมส์ ทรอยซี ส่วนแดนกลาง มาร์ค มิลลิแกน ที่เจ็บไม่ได้ลงสนามในเกมกับฮอลแลนด์ มีโอกาสผ่านความฟิตกลับมาเป็นตัวจริงขุนพลโครเอเชียวัดแข้งจังโก เกมอีกคู่ของกลุ่ม เอ แข่งขันในเวลาเดียวกัน "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ที่มี 3 แต้ม พบ "จังโก" เม็กซิโก ที่มี 4 แต้ม ในเกมตัดสินว่าทีมใดจะได้เข้ารอบ โดย โครเอเชีย ต้องการชัยชนะเพียงสถานเดียว ขณะที่ เม็กซิโก ลุ้นแค่เสมอก็เพียงพอต่อการเข้ารอบ โครเอเชีย ของกุนซือ นิโก โควัช จะส่งทีมชุดใหญ่ลงสนามได้ทั้งชุด เมื่อไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลางยังคงเป็น ลูกา โมดริช กับ อิวาน ราคิติช ขณะที่ 3 มิดฟิลด์เกมรุกจะประกอบไปด้วย อิวาน เปริซิช, อิวิกา โอลิช และแซมเมียร์ นักเตะเชื้อสายบราซิเลียน ขณะที่ตัวหอกจะเป็น มาริโอ มานด์ซูคิช ฝั่งเม็กซิโก จะไม่มีการปรับทีมจากเกมที่เสมอ บราซิล โดย มิเกล เอร์เรรา จะยังยืนพื้นระบบ 5-3-2 ราฟาเอล มาร์เกซ กัปตันทีมตัวเก๋ายังได้บัญชาการเกมรับ แดนกลาง เอคตอร์ เอร์เรรา กับ โฮเซ วาซเกซ จะทำหน้าที่กองกลางตัวรับ และอันเดรียส กัวร์ดาโด จะเดินเกมรุกให้คู่กองหน้าอย่าง โจวานนี ดอส ซานโตส กับ โอริเบ เปรัลตาบราซิลทัพเดิมเตะหมอผีลุ้นแชมป์กลุ่ม จากนั้นเวลา 03.00 น. จะเป็นเกมรอบแรกนัดสุดท้าย กลุ่ม เอ "เจ้าภาพ" บราซิล พบ "หมอผี" แคเมอรูน โดย 2 นัดที่ผ่านมา บราซิล เอาชนะ โครเอเชีย 3-1 และเสมอ เม็กซิโก 0-0 ขณะที่ แคเมอรูน แพ้ เม็กซิโก 0-1 และแพ้ โครเอเชีย 0-4 ตกรอบแน่นอนแล้ว ซึ่งบราซิล ต้องเก็บชัยชนะนัดนี้ให้ได้ไว้ก่อน เพื่อประกันการเข้ารอบ รวมทั้งลุ้นเป็นแชมป์กลุ่ม หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี โค้ชทีมชาติบราซิล ยังจะยึดหลักการทำทีมเหมือนในศึกคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ เมื่อปีที่แล้ว คือ หากไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่น 11 ตัวจริง แม้บางเกมจะมีผู้เล่นที่เล่นไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม และนัดนี้จะได้ ฮัล์ค ฟิตจากอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง ทำให้แนวรุก ฮัล์ค จะกลับมาประสานงานกับ เฟรด และ เนย์มาร์ อีกครั้ง ขณะที่แดนกลาง หลุยส์ กุสตาโว กับ เปาลินโญ จะเป็นสองมิดฟิลด์ตัวกลาง และออสการ์ ทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์เกมรุก หรือว่ากองหน้าตัวต่ำคอยสนับสนุน เฟรด อีกแรง ด้านแคเมอรูน ของกุนซือ โฟลเคอร์ ฟิงเค นอกจากจะตกรอบแน่นอนแล้ว ยังมีปัญหาในทีมที่ เบอนัวต์ เอกอตโต ไปเอาหัวโขกเพื่อนร่วมทีมและมีปากเสียงกันภายในทีม ทำให้ ฟิงเค น่าจะดร็อปออกจากทีมตัวจริง นอกจากนี้ในแดนกลางจะไม่มี อเลกซ์ ซง ที่ติดโทษแบน รวมทั้งแดนหน้า ซามูเอล เอโต ที่มีอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้น่าจะนั่งสำรองต่อไป

ข่าวล่าสุด