เกมนี้ รอย ฮอดจ์สัน กุนซือใหญ่ของอังกฤษ ส่งนักเตะสำรองลงสนามหลายคน ไม่ว่า เบน ฟอสเตอร์, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิง, ลุค ชอว์, รอสส์ บาร์คลีย์, ริคกี แลมเบิร์ต โดยให้ เวย์น รูนีย์ ขยับจากศูนย์หน้าไปยืนเป็นปีกซ้าย และเริ่มเกมได้ 8 นาที เป็นเอกวาดอร์ขึ้นนำก่อนจากการโหม่งของ เอนเนอร์ วาเลนเซีย ทว่าอังกฤษก็มายิง 2 ลูกรวด แซงนำ 2-1 จาก รูนีย์ กับ แลมเบิร์ต นาที 29 กับ 52 จากนั้นอีก 18 นาที เอกวาดอร์ตีเสมอได้จาก ไมเคิล อาร์โรโย เกมมาเดือดเอาช่วงท้าย เมื่อ ราฮีม สเตอร์ริ่ง กองหน้าดาวรุ่งของอังกฤษจากลิเวอร์พูล ที่ลงมาแทน เวย์น รูนีย์ ไปพุ่งเสียบใส่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย มิดฟิลด์เอกวาดอร์ของแมนฯยูไนเต็ด ทำเอาวาเลนเซียตบะแตกวิ่งไปคว้าพอจะเอาเรื่อง จนถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไปทั้งคู่ ก่อนจบเกมด้วยการเสมอกัน อย่างไรก็ตาม เกมนี้อังกฤษต้องเสีย อเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน กองกลางดาวรุ่งที่บาดเจ็บหัวเข่าช่วงกลางครึ่งหลัง ซึ่ง ฮอดจ์สัน กล่าวว่า มีความวิตกว่าอาจรุนแรงถึงขั้นเอ็นขาด ซึ่งทั้งก็คงต้องรอดูผลการสแกนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่าจะมีการเรียกตัวนักเตะมาเสริมทีมหรือไม่ ขณะเดียวกัน "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ลงอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายที่อัมสเตอร์ดัมพบกับ เวลส์ โดยเกมนี้ปรับมาเล่น 4-4-2 ให้ อาร์เยน ร็อบเบน เป็นกองหน้าคู่กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ก่อนเอาชนะไปได้ 2-0 จาก ร็อบเบน นาทีที่ 32 และ เยเมเมน เลนส์ นาทีที่ 76 แต่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีมต้องเจอข่าวร้ายเช่นกัน เมื่อ ฟาน เพอร์ซี กัปตตันทีมได้รับบาดเจ็บที่โคนขาหนีบจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ซึ่งกุนซือชาวดัตช์ได้แต่หวังว่าหัวหอกรายนี้จะไม่เจ็บมาก และจะทันเล่นเกมนัดแรกของฟุตบอลโลกกับ สเปน ในวันที่ 13 มิถุนายน โดยการเปลี่ยนตัวออกในเกมนี้เป็นการกันไว้ก่อนในขณะที่ยังมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ส่วนผลคู่อื่นที่น่าสนใจ อิตาลี เสมอ ลักเซมเบิร์ก 1-1, อาร์เจนตินา ชนะ ตรินิแดด แอนด์ โทแบโก, อุรุกวัย ชนะ สโลวีเนีย 2-0, ชิลี