ได้ประตูจาก เซอร์จิโอ รามอส ขึ้นโหม่ง 2 ลูก นาทีที่ 16, 20 และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดเบิ้ลอีก 2 เม็ด นาทีที่ 40, 89 ส่งผลให้ โรนัลโด้ ขึ้นแท่นกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูจากการลงเล่นถ้วยรายการนี้ในช่วงหนึ่งฤดูกาลได้มากที่สุดถึง 16 ลูก ทุบสถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่เคยทำได้ 14 ลูกในช่วงฤดูกาล 2011/12 รวมผล 2 นัด รีล มาดริด เป็นฝ่ายชนะ 5-0 ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่หนล่าสุดที่ผงาดคว้าแชมป์เจ้าสโมสรยุโรปเมื่อปี 2002 และได้ผ่านเข้าไปยืนรอพบผู้ชนะคู่ระหว่าง เชลซี กับ แอตเลติโก มาดริด ส่วน บาเยิร์น มิวนิค ต้องชวดโอกาสลุ้นป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันไปโดยปริยาย ส่วนค่ำคืนนี้ (30 เม.ย.) "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก จะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ทีมจ่าฝูงลาลีกา สเปน ในเวลา 01.45 น. หลังจากนัดแรกเสมอ 0-0 เกมนี้ ชูเซ โมรินโญ กุนซือเจ้าถิ่นตั้งเป้าหวังเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อที่จะได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน เพราะไม่มีปัญหาเรื่องตัวหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่ม แถมยังจะได้ 3 แข้งดังอย่าง จอห์น เทอร์รี, เอเดน อาซาร์ด และ ซามูเอล เอโต้ ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้งหนึ่งด้วย หลังผ่านความฟิตกลับมาลงสนามฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้ตามปกติ คาดว่า เชลซี อาจมีการปรับทัพบางตำแหน่ง โดยผู้รักษาประตูยังคงเป็น มาร์ค ชวาร์เซอร์ มือ 2 ที่จะได้ยืนเฝ้าเสาแทน ปีเตอร์ เช็ก มือหนึ่งที่ยังมีอาการบาดเจ็บตรงหัวไหล่ ขณะที่แดนกลางน่าจะมีการขยับ ดาวิด ลุยซ์ ขึ้นไปเล่นคู่กับ รามิเรส เพื่อทดแทนการขาดหายไปของ จอห์น โอบี มิเกล กับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ติดโทษแบน ส่วนแนวรุกยังคงเป็นหน้าที่ของ ออสการ์, วิลเลียน และ เอเดน อาซาร์ ส่วนกองหน้าตัวเป้าน่าจะเป็น ซามูเอล เอโต้ ที่จะได้กลับมาเล่นเป็นตัวจริงแทน เดมบา บา ด้านทีมเยือนของกุนซือ ดิเอโก ซิเมโอเน หมายมั่นปั้นมือหวังบุกไปเสมอแบบมีสกอร์ให้ได้เป็นอย่างน้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แม้จะไม่มี กาบี กองกลางกัปตันทีมที่ติดโทษแบน แต่แข้งหลักในตำแหน่งอื่นๆ ยังคงพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด นำทัพโดย ดิเอโก คอสตา ดาวยิงตัวเก่งที่จะได้ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าอย่างแน่นอน สำหรับคู่นี้หากเสมอ 0-0 จะต่อเวลาพิเศษออกไป แต่หากเสมอแบบมีวสกอร์ แอตฯ มาดริด จะเป็นฝ่ายเข้าชิงชนะเลิศ ด้วยกฎประตูทีมเยือน หรือทีมใดชนะใน 90 นาที ก็จะเข้ารอบชิงไปพบกับ เรอัล มาดริด ซึ่งปีนี้กำหนดแข่งขันที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคมนี้