ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักมวยชื่อดังขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ ในฐานะผู้นำวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในจุดของซีพี กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนเครือซีพีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าปลาบปลื้ม ที่ได้ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาและประชาชน ตลอดเส้นทางวิ่งมีรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และความอบอุ่นจากพนักงานซีพี ซีพีจิตอาสา และประชาชนที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสุข”
ด้าน ดร.ฐานิสร์ ฟอลเล็ต Director of Legal & Contract Management บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือซีพี นักวิ่งคณะติดตามนักวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ของซีพี กล่าวว่า “ตนเองรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมการรวมพลังของพนักงานซีพีที่ออกมาร่วมวิ่ง ถือคบเพลิง และร่วมสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสุขตลอดเส้นทาง ซึ่งซีพีในฐานะผู้สนับสนุนหลักก็ได้ส่งเสริมมหกรรมกีฬาในครั้งนี้อย่างเต็ม ครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งอาหาร การสื่อสาร การใช้จ่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ ”
ทั้งนี้ นอกจากผู้บริหารและพนักงานของเครือซีพีที่พร้อมใจกันออกมาวิ่งติดตามการอัญเชิญไฟพระฤกษ์แล้ว ยังมีนักวิ่งสมัครเล่นที่เข้าร่วมสมทบ ซึ่ง นายฐมศิลป์ ตันศรีตรัง ได้เผยความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมวิ่งในขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในงานมหกรรมซีเกมส์ 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะไทยของเราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ผมเคยร่วมวิ่งซีเกมส์ที่สงขลามาแล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งพิเศษกว่าเดิม เพราะได้มาวิ่งที่กรุงเทพฯ และได้รับการคัดเลือกจากเครือซีพีให้เข้าร่วม จึงรู้สึกดีใจมาก โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นลูกค้าของซีพีอยู่แล้ว เลยลองสมัครผ่านแฟนเพจ We Are CP และโชคดีที่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใดผมอยากส่งต่อกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคน ขอให้คว้าชัยและเป็นเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ปีนี้ให้ได้ เราทุกคนเป็นกำลังใจให้เสมอ”
นอกจากการวิ่งคบเพลิงแล้ว ภายในงาน ซีพีและกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ยังจัดบูธกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มสีสันให้กับประชาชนผู้ร่วมงาน อาทิ บูธของ CPF, True, CP ALL (7-11), CP AXTRA (Makro & Lotus’s), Ascend Money และ Amaze Super App รวมถึงการรวมพลังของจิตอาสาซีพีที่ช่วยกันเก็บขยะ เพื่อสร้าง Green ซีเกมส์ ตามแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืน ณ บริเวณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก
ก่อนหน้านี้ ไฟพระฤกษ์ของซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้รับการอัญเชิญมาเก็บรักษาไว้ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะผู้จัดการแข่งขันนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้ารับพระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อนำไปใช้ในพิธีเปิดการแข่งขัน ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยัง 4 จังหวัด ที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สงขลา และนครราชสีมา ก่อนจะมีการงานวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในวันนี้
กิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 67 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทาง ราชมังคลากีฬาสถาน – อาคารนิมิบุตร ระยะทาง 37.1 กิโลเมตร และ อาคารนิมิบุตร – ราชมังคลากีฬาสถาน ระยะทาง 29.6 กิโลเมตร ร่วมกับอีก 2 จังหวัด คือ ชลบุรี และสงขลา ส่วนนครราชสีมา สำหรับกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ โดยรวมมีผู้ถือคบเพลิงอัญเชิญไฟพระฤกษ์ทั้งหมด 292 ผลัด ตลอดเส้นทางมีทั้งนักกีฬา ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศอบอุ่น สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งความสามัคคี เพื่อร่วมต้อนรับมหกรรมกีฬาของคนไทยทั้งชาติอย่างสมศักดิ์ศรี
ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซีพีได้ยึดมั่นในปรัชญา 3 ประโยชน์ ขององค์กร ทั้งการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ การสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชน และการสร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กร พิธีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำปรัชญานี้มาปฏิบัติจริง เพราะไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งกีฬาและความสามัคคี แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนและนักกีฬาไทยร่วมส่งพลังใจและแรงเชียร์ให้ทัพนักกีฬา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีในการส่งต่อพลังบวกและสร้างความสุขให้กับสังคมไทยเสมอมา