ในปีนี้ เอส แอนด์ พี จะออกแคมเปญ และจัดกิจกรรมพิเศษมากมายเพื่อเฉลิมฉลองตลอดทั้งปี ภายใต้ธีม “โลกสดใส ชีวิตสุขสันต์” (Healthy Life – Happy World) โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมถึงแคมเปญ เอส แอนด์ พี 50 ปี 50 เมนูในตำนาน จะมีทั้งเมนูพิเศษที่นำกลับมาขายใหม่ อาทิ เมนูก๋วยเตี๋ยวกุ้งสับ-เนื้อสับ เมนูยำมะเขือย่างเนื้อปูไข่กุ้ง เมนูยำผักบุ้งกุ้งกรอบ เมนูกุ้งกระเบื้อง และเมนูซิกเนเจอร์ที่ขายดีตลอดกาล อาทิ เมนูข้าวคลุกกะปิ ซึ่งเป็นเมนูขายดีอันดับหนึ่งในปี 2565 มียอดขายจำนวน 165,812 จาน เมนูข้าวไก่อบ เมนูข้าวผัดอเมริกัน เมนูข้าวหน้ากุ้งผัดพริกขี้หนู เมนูเส้นจันท์ผัดไทกุ้งสดจัมโบ้ และเมนูข้าวซอยน่องไก่ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ เอส แอนด์ พี อาหารไทยสมัยโบราณที่ปัจจุบันหาทานได้ยาก เนื่องจากมีกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน และมีจำหน่ายเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น
กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำธุรกิจอาหารอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เรามีการควบคุมคุณภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การลงไปให้องค์ความรู้แก่เกษตรกร ในการร่วมพัฒนาวัตถุดิบ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และยังเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ผ่านกระบวนการผลิตที่มีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนให้ตรงตามมาตรฐาน อาหารทุกจานของ เอส แอนด์ พี เราปรุงสดใหม่ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ และความสะอาด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
ปัจจุบัน เอส แอนด์ พี มีโรงงานทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานอาหาร 1 แห่ง และมีโรงงานเบเกอรี่อีก 3 แห่ง โดยโรงงานทั้ง 4 แห่ง มีกำลังการผลิตอาหารและเบเกอรี่ปริมาณกว่า 12,000 ตันต่อปี รวมถึงจัดตั้ง S&P Smart Distribution Center บางนา-ตราด กม.23.5 เป็นศูนย์กลางด้านการวางแผนคลังสินค้า และการขนส่ง เพื่อบริหารจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ เช่น ติดตั้งโซล่าร์ รูฟ (Solar Roof) ที่โรงงานเบเกอรี่บางนา-ตราด กม.23.5 และโรงงานอาหารลาดกระบัง เพื่อใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ส่งเสริมการผลิตเบเกอรี่รักษ์โลกจากพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เค้กกล้วยหอม บัตเตอร์เค้ก มาร์เบิลเค้ก พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ช่วยทำให้กระบวนการการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังนำระบบเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติ RPA (Robotic Process Automation) มาใช้ในกระบวนการทำงาน ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และทำให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของแคมเปญเทศกาลข้าวแช่ว่า “สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารเทศกาลข้าวแช่ เอส แอนด์ พี ได้นำเสนอคอนเทนต์และวางแผนสื่อประชาสัมพันธ์ โดยมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ให้เกิดความสนใจและตัดสินใจซื้อข้าวแช่มารับประทาน ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “ข้าวแช่ เอส แอนด์ พี อร่อย ชื่นใจ” ซึ่งได้ “แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์” และ “อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน” มาช่วยตอกย้ำความอร่อยและสดชื่นของเมนูข้าวแช่ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำ ดยสื่อสารผ่านสื่อทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และสื่อในร้านเอส แอนด์ พี เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ สำหรับชุดข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้เซตใหญ่ จำหน่ายราคาชุดละ 298 บาท สามารถรับประทานที่ร้านหรือซื้อกลับบ้าน และสำหรับช่องทาง S&P Delivery 1344 สามารถสั่งชุดข้าวแช่-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้เซตเล็ก ในราคาชุดละ 198 บาท และท่านที่ต้องการรับประทานข้าวแช่อย่างเดียวมีจำหน่ายในราคาเพียงชุดละ 145 บาท
ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ เอส แอนด์ พี ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ “รักษ์โลก” ที่สามารถย่อยสลายได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะซื้อไปเป็นของฝากในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น ฝากผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือสำหรับงานจัดเลี้ยง ประชุมสัมมนาต่างๆ”
กิจกรรมภายในงาน โดย มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยดารานักแสดง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ได้มาแนะนำเคล็ดลับการรับประทาน ข้าวแช่ พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับสมาชิก S&P Card รับส่วนลด 10% สะสมคะแนน และสามารถแลกคะแนนซื้อข้าวแช่ได้ในราคาเพียง 1 บาท พบกับความอร่อย สดชื่น ของข้าวแช่ เอส แอนด์ พี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2566