เนชั่นทีวี

ข่าว

กพฉ. เดินหน้ายกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับ พ.ร.บ.-จัดระเบียบรถพยาบาลเอกชน

01 ต.ค. 2569 | nation_ent

กพฉ. เดินหน้ายกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับ พ.ร.บ.-จัดระเบียบรถพยาบาลเอกชน

กพฉ. เดินหน้ายกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินยุคใหม่ “ทันสถานการณ์–ทันเทคโนโลยี–ตอบโจทย์ความปลอดภัยของประชาชน” ปรับกฎหมาย มาตรฐานระบบบริการรถพยาบาลเอกชน ขับเคลื่อนดิจิทัล

วันที่ 30 ก.ย. 2569 – ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.) ครั้งที่ 9/2569 ได้มีมติรับทราบและพิจารณาวาระสำคัญ โดยมีมติเห็นชอบให้นายแพทย์นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมแทน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ติดภารกิจเร่งด่วน 

กพฉ. เดินหน้ายกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับ พ.ร.บ.-จัดระเบียบรถพยาบาลเอกชน

 

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ทั้งด้านการปรับปรุงกฎหมาย การจัดระบบบริการรถพยาบาลเอกชน และการขับเคลื่อนระบบดิจิทัล เพื่อให้การบริการประชาชนมีมาตรฐาน ปลอดภัย และสอดรับกับบริบทการให้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป

 

เดินหน้าปรับปรุง พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินฯ ให้ทันต่อบริบทการให้บริการและสถานการณ์

 

ที่ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 จากผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายและปัญหาอุปสรรคจากการบังคับใช้ โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การกำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน การเพิ่มช่องทางการจัดหาเงินกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน การกำหนดมาตรการสำหรับบุคคลหรือหน่วยงานนอกระบบที่เข้ามาปฏิบัติการฉุกเฉิน การทบทวนอัตราโทษปรับทางปกครอง รวมถึงการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ปฏิบัติการและผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติการฉุกเฉิน 

กพฉ. เดินหน้ายกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับ พ.ร.บ.-จัดระเบียบรถพยาบาลเอกชน

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้ สพฉ. ดำเนินการตามกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่การจัดทำหลักการ รับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบ และปรับปรุงร่างกฎหมาย ก่อนเสนอต่อ กพฉ. และดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

กรณีรถเอกชนกีดขวางรถฉุกเฉิน เร่งดำเนินการตามกฎหมาย

 

จากนั้น ที่ประชุมได้รับทราบผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์รถบริการเอกชนกีดขวางรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดย สพฉ. ได้สอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบสถานะของหน่วยปฏิบัติการ ผู้ปฏิบัติการ รถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน และข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วย โดยในส่วนรถยนต์คันก่อเหตุ สพฉ. ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และ ผู้กระทำผิดได้รับทราบข้อหา เรื่องการติดตั้งและใช้ไฟสัญญาณ โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว 

สำหรับในส่วนของ ผู้กระทำผิด ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบมอบหมายให้คณะอนุกรรมการสอบสวนและพิจารณาโทษปรับทางปกครอง ดำเนินการสอบสวนและหากมีความผิดจะได้ลงโทษต่อไป

 

 

เร่งจัดระบบรถพยาบาลเอกชน ยกระดับมาตรฐานและคุ้มครองประชาชนผ่านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม

 

จากมูลเหตุข้างต้น ประเด็นสำคัญคือการจัดระบบการให้บริการรถพยาบาลเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการใช้บริการในหลายรูปแบบ ทั้งผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่ต้องการบริการเฉพาะ การส่งต่อหรือกลับบ้าน รวมถึงการให้บริการในกิจกรรมพิเศษ เช่น คอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬา รวมถึงความเพียงพอของรถพยาบาลในระบบ ขณะที่การให้บริการบางส่วนยังมีช่องว่างด้านการกำกับดูแลที่ชัดเจน จึงอาจนำไปสู่ปัญหาคุณภาพบริการและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน สพฉ. จึงได้พัฒนาแนวทางให้ภาคเอกชนที่เป็นนิติบุคคลเข้าร่วมเป็นหน่วยปฏิบัติการแพทย์ โดยผ่านกระบวนการตรวจประเมินและขึ้นทะเบียนในระบบ NDEMS และมีการตรวจประเมินเพื่อรับรองรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วย โดยที่ประชุมมีมติมอบให้ สพฉ. ศึกษาและเสนอแนวทางขับเคลื่อนระบบบริการรถพยาบาลเอกชน และนำเสนอ กพฉ. ต่อไป

กพฉ. เดินหน้ายกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับ พ.ร.บ.-จัดระเบียบรถพยาบาลเอกชน

เดินหน้าทบทวนแผนดิจิทัล 5 ปี เชื่อมการพัฒนาระบบกับการปฏิบัติงาน

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบผลการทบทวนแผนปฏิบัติการดิจิทัลและการสื่อสารระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570 และแผนปฏิบัติการดิจิทัลและการสื่อสาร ประจำปี 2570 เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการให้บริการ โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสารสนับสนุนการบริหารจัดการและการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการของประชาชนให้รวดเร็วและแม่นยำในทุกสถานการณ์ รวมถึงภาวะวิกฤติ

 

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินใน 3 มิติ ทั้ง การปรับปรุงกฎหมายให้รองรับบริบทใหม่ การจัดระบบและกำกับมาตรฐานรถพยาบาลเอกชนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการบริหารจัดการระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีมาตรฐานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด