ส่วนแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป มุ่งเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำและพัฒนาระบบผันน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาอย่างเป็นระบบ โดยมีโครงการอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง รวมถึงโครงการคลองผันน้ำเส้นใหม่ ซึ่งมีอัตราการระบายน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากบ้านบางศาลา อำเภอคลองหอยโข่ง ไปยังอำเภอบางกล่ำ ความยาว 53 กิโลเมตร
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยในสภาพการใช้งานจริง มีการบูรณาการการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่จะใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินสถานการณ์และวางแนวทางรับมือได้อย่างเหมาะสมรวดเร็ว
นายวิทยาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมชลประทาน จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการซ่อมแซมคลอง ร.1 และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ และพัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัย เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับมือสถานการณ์ฝนและอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบตลอดช่วงฤดูฝนนี้
ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่ไปกับการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในระยะต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่จำกัดอยู่เพียงการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่สามารถยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำให้มีความพร้อมและมั่นคงในระยะยาว