ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สสน. ได้พัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเชื่อมโยงข้อมูลจาก 56 หน่วยงาน ภายใต้ 13 กระทรวง และ 1 องค์กรอิสระ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลมาตรฐานเดียวกัน
ThaiWater เวอร์ชันใหม่ ได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดตามข้อมูลผ่านแผนที่ข้อมูลแบบโต้ตอบ (Interactive Map) ที่เลือกแสดงข้อมูลสำคัญได้ในหน้าเดียว ทั้งเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน พื้นที่เฝ้าระวัง และค่าฝุ่น PM2.5 พร้อมฟีเจอร์ติดตามข้อมูลเฉพาะพื้นที่ การค้นหาข้อมูล การแจ้งเตือน และข้อมูลคาดการณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งาน “รู้ทันทุกสถานการณ์ พร้อมรับมือทุกความเปลี่ยนแปลง”
นอกจากนี้ สสน. ยังได้พัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลของแต่ละจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ช่วยสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในงานยังมีการเปิดตัวโครงการ ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะในการใช้ข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศ สามารถติดตาม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อสร้างสรรค์ ก่อนนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดสู่ชุมชนและสังคม
ในระยะแรก โครงการจะเปิดรับนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละประมาณ 50–100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมออนไลน์ในเดือนสิงหาคม 2569 โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ สสน. และภาคีเครือข่าย ก่อนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายเยาวชนที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้กับสังคม
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการป้องกัน และเปลี่ยนการป้องกันให้เป็นความปลอดภัยของประชาชน เพราะความมั่นคงของประเทศในอนาคต จะไม่ได้วัดจากการรับมือกับวิกฤตได้ดีเพียงใด แต่จะวัดจากการที่เรา รู้เท่าทัน เตรียมพร้อม และลดความสูญเสียได้ก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น”