เนชั่นทีวี

ข่าว

“ยศชนัน” เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ แพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติสู้ภัยพิบัติ

17 ก.ค. 2569 | nation_ent

“ยศชนัน” เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ แพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติสู้ภัยพิบัติ

“ยศชนัน” เปิดตัว “ThaiWater โฉมใหม่” ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ มอบนโยบาย 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนใช้ข้อมูลร่วมรับมือภัยพิบัติพร้อมเปิดตัวโครงการเยาวชน “ThaiWater Challenge”

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “ThaiWater โฉมใหม่ : ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติ” และการเปิดตัวโครงการ “ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย” พร้อมมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และเครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ นำข้อมูลจากแพลตฟอร์ม ThaiWater และเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดไปใช้ในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง สื่อสารข้อมูล และเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกัน 

 

ภายในงานมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ผู้แทนมหาวิทยาลัย เครือข่าย อว. ส่วนหน้าทั่วประเทศ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี) 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และสภาพอากาศสุดขั้ว การลดความสูญเสียจากภัยพิบัติจำเป็นต้องอาศัย “ข้อมูลที่ครบถ้วน การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์และการสร้างคนให้มีความพร้อมเท่าทันสถานการณ์” ควบคู่กัน 

การเปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ แต่เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ สามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกัน และนำไปใช้ในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ 

“ยศชนัน” เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ แพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติสู้ภัยพิบัติ

พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย น่าน พะเยา และแพร่ ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สสน. และเครือข่ายกระทรวง อว. ส่วนหน้า โดยใช้ ThaiWater และ เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัด เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง สื่อสารข้อมูล และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ และลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที 

ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า สสน. ได้พัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเชื่อมโยงข้อมูลจาก 56 หน่วยงาน ภายใต้ 13 กระทรวง และ 1 องค์กรอิสระ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศบนพื้นฐานของข้อมูลมาตรฐานเดียวกัน 

“ยศชนัน” เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ แพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติสู้ภัยพิบัติ

ThaiWater เวอร์ชันใหม่ ได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ประชาชนทั่วไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดตามข้อมูลผ่านแผนที่ข้อมูลแบบโต้ตอบ (Interactive Map) ที่เลือกแสดงข้อมูลสำคัญได้ในหน้าเดียว ทั้งเรดาร์ฝน ปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน พื้นที่เฝ้าระวัง และค่าฝุ่น PM2.5 พร้อมฟีเจอร์ติดตามข้อมูลเฉพาะพื้นที่ การค้นหาข้อมูล การแจ้งเตือน และข้อมูลคาดการณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งาน “รู้ทันทุกสถานการณ์ พร้อมรับมือทุกความเปลี่ยนแปลง” 

 

นอกจากนี้ สสน. ยังได้พัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลของแต่ละจังหวัด เชื่อมโยงข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ช่วยสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ในการติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“ยศชนัน” เปิดตัว ThaiWater โฉมใหม่ แพลตฟอร์มข้อมูลน้ำแห่งชาติสู้ภัยพิบัติ

ภายในงานยังมีการเปิดตัวโครงการ ThaiWater Challenge สร้างเครือข่ายเยาวชน รู้น้ำ รู้อากาศ ทั่วไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะในการใช้ข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศ สามารถติดตาม วิเคราะห์ และสื่อสารข้อมูลผ่านสื่อสร้างสรรค์ ก่อนนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดสู่ชุมชนและสังคม 

 

ในระยะแรก โครงการจะเปิดรับนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ภูมิภาค ภูมิภาคละประมาณ 50–100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมออนไลน์ในเดือนสิงหาคม 2569 โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญของ สสน. และภาคีเครือข่าย ก่อนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง และส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายเยาวชนที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างประโยชน์ให้กับสังคม 

 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “การใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการป้องกัน และเปลี่ยนการป้องกันให้เป็นความปลอดภัยของประชาชน เพราะความมั่นคงของประเทศในอนาคต จะไม่ได้วัดจากการรับมือกับวิกฤตได้ดีเพียงใด แต่จะวัดจากการที่เรา รู้เท่าทัน เตรียมพร้อม และลดความสูญเสียได้ก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น” 

ข่าวล่าสุด