เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านยังต้องการให้รัฐบาลใช้ความกล้าหาญทางการเมืองในการแก้ไขปัญหานี้
นายกฯ กล่าวว่า “รัฐบาลไม่มีความกล้าหาญ จะมาเป็นรัฐบาลได้อย่างไร อย่าไปถามอะไรแบบนั้น วันนี้พูดที คนนั้นพูดที แล้วเอามาชนกัน”
พร้อมอธิบายว่า ในรัฐสภาจะมีระบบตรวจสอบ สามารถเรียกรัฐมนตรีไปตอบกระทู้ หรือยื่นญัตติ แม้กระทั่งหากไม่มีความมั่นใจก็สามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 หรือมาตรา 152 ได้ทั้งหมด เพื่อให้มีการชี้แจงกับคนที่สงสัยและเพื่อให้ได้พูดคุยกัน เพราะการไปถามว่าคนนี้พูดที คนนั้นพูดที ก็กลายเป็นพูดคนละที และเราก็ไม่ได้ยินว่าเขาพูดจริงหรือเปล่า
เมื่อถามถึงกรณี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่งสัญญาณว่าอยากมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้นายเอกนิติก็ยังทำงานได้ดีอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร แม้ไม่มีรัฐมนตรีช่วยคลัง ก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยในส่วนของนายเอกนิติ รวมถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ และตรงต่อวิชาชีพ
เมื่อถามว่า ในอนาคตหากจะมีรัฐมนตรีช่วย จะเป็นนักการเมืองหรือเป็นคนนอก หรือจะให้นายเอกนิติและนางศุภจี เป็นผู้ตัดสินใจ
นายกฯ กล่าวสั้น ๆ ว่า “ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”