กรณีของนายเฉอ จื้อเจียง (She Zhijiang) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีการเรียกร้องให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน โดยกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองใหม่ย่าไท่ (Yatai) ในรัฐชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) ประเทศเมียนมาร์คำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามที่นายเฉอ จื้อเจียง กล่าวมานั้นเกิดจากผลประโยชน์ทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน กรณีของนายเฉอ จื้อเจียง แสดงให้เห็นปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศและการบังคับส่งตัวกลับประเทศอย่างไม่เหมาะสม ในขณะที่เจ้าตัวได้กล่าวว่า ตัวเขาได้เปลี่ยนสัญชาติเป็นพลเมืองกัมพูชาแล้ว นอกจากนี้ นายเฉอ จื้อเจียง ได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าตน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการค้ามนุษย์และการหลอกลวงทางไซเบอร์ในเมืองชเว โก๊กโก่ รวมไปถึงการกระทำใดก็ตามที่ที่ผิดกฎหมายและเกี่ยวข้องกับความเป็นพลเมือง เสรีภาพในย้ายถิ่น สิทธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของตัวเขาเองด้วย
หากพูดถึงผลกระทบมีผู้คนจำนวนไม่น้อยจากทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการถูกบังคับให้ส่งตัวกลับ และผู้คนเหล่านี้มักถูกละเลย ถูกมองเป็นคนนอกจากกระบวนการการพิจารณาคดีต่าง ๆ กรณีการถูกบังคับให้ส่งตัวกลับประเทศได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม รวมไปถึงการกัดกร่อนมรดกทางวัฒนธรรมและการถูกปฏิเสธสิทธิในการตัดสินใจของบุคคลเหล่านั้นอีกด้วย
กล่าวโดยสรุปคือ ความซับซ้อนของปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ถูกมองข้าม รวมถึงการบังคับส่งตัวกลับประเทศนั้น ต้องมีการใช้แนวทางที่หลากหลาย การให้ความสำคัญกับการตระหนักรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ขอบเขตกฎหมายที่แข็งแกร่ง และกลไกความรับผิดชอบให้มากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการต่อสู้กับการละเมิดที่ร้ายแรงเช่นนี้ เพื่อให้ชะตากรรมของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกบังคับให้ส่งตัวกลับประเทศและการสนับสนุนสิทธิของบุคคลดังกล่าว การให้ความสนใจและความมุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่ทุกคนจะต้องได้รับเกียรติ ศักดิ์ศรี ความปลอดภัย และความเคารพที่ทุก ๆ คนพึงได้รับ ไม่ว่าสถานการณ์หรือต้นกำเนิดของคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม