svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ทำไมยุคนี้กิน “เนื้อสัตว์” ถึงเสี่ยง “มะเร็ง” กว่าเดิม?

07 ม.ค. 2569

กินอะไร ก็ได้อย่างนั้น! วันนี้คุณกินอะไร วันหน้าคุณเป็นโรคอะไร? อาจจะเป็นเหตุ และผลที่เราอาจยังไม่ได้เห็นทันที แต่ที่แน่ๆ อัตราการเกิดโรคร้ายอย่าง“มะเร็ง” ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจเกิดจากสิ่งที่เรากินกันอยู่ทุกวัน

พลอยอ่านเจอบทความจากเว็บไซต์ข่าวจีน “หว่างอี้ซินเหวิน” ที่สรุปข้อมูลจาก “หลัว ต้าหลุน” คุณหมอด้านแพทย์แผนจีน จบปริญญาเอกด้านการวินิจฉัยโรคจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนปักกิ่ง ที่ศึกษาเรื่องเนื้อสัตว์ในจีน และมีโอกาสมาบรรยายความรู้เรื่องนี้ในฐานะวิทยากรในรายการสุขภาพทาง CCTV

เลยอยากส่งต่อให้ทุกคนรู้ไปด้วยกัน เพราะมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเราไม่มากก็น้อย

คุณหมอเริ่มต้นด้วยประโยคตรงไปตรงมาว่า “ผมกินมังสวิรัติ ไม่ใช่เพราะศาสนา แต่เพราะเหตุผลทางการแพทย์” และต่อไปนี้คือมุมมองเรื่องอาหาร โดยเฉพาะ “เนื้อสัตว์” ที่คุณหมอย้ำว่าเนื้อสัตว์ในยุคนี้ ไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว

.

🔵[“เนื้อ” ไม่ได้เติบโตตามธรรมชาติ?]

ในอดีตการเลี้ยงหมูหนึ่งตัวต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ถึงจะโตพอสำหรับเชือดกินช่วงตรุษจีน นั่นคือการเติบโตตามธรรมชาติ และทำให้คนสมัยก่อน ไม่ได้กินเนื้อทุกวัน แต่วันนี้ โลกเปลี่ยนไป! ในจีน คนจีนกว่าพันล้านคน “ต้องกินเนื้อทุกวัน” คำถามคือจะทำยังไงให้เนื้อมีพอ?

 

🔵[คำตอบคือ เร่งให้สัตว์โตเร็ว!]

หมูจำนวนมากในปัจจุบัน ใช้เวลาแค่ 2 เดือนก็โตเต็มวัย เพราะอาหารสัตว์ถูกพัฒนาให้ “เร่งโต” ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ และสารเร่งต่างๆ นักวิชาการต่างประเทศเคยประเมินว่า ปัจจุบันมีการใช้ยาและฮอร์โมนในสัตว์เลี้ยงกว่า 2,700 ชนิด และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน  แต่มาอยู่ในจานอาหารของเรา 

 

คุณหมอบอกด้วยว่าไม่ใช่แค่หมูนะคะ แต่ “อาหารทะเล” ก็ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด อย่าง “กุ้ง” ที่เลี้ยงในบ่อทุกวันนี้ มักถูกเร่งโตด้วยฮอร์โมน จนกุ้งสามารถโตได้ในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ กุ้งมี ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) สูง ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับ มะเร็งเต้านม 

ไม่ต่างจาก “ปลิงทะเล” ที่ต้องใช้สารเคมีฆ่าวัชพืชในบ่อ หรือปูที่ “มีไข่ตลอดทั้งปี” ซึ่งตามธรรมชาติไม่ควรเป็นแบบนั้น คุณหมอเล่าว่า พอเห็นแม่ซื้อปูกินนอกฤดู ถึงกับต้องห้ามทันที เพราะพบภายหลังว่า มีการใช้ฮอร์โมนจริง จนมีคนพูดติดตลกว่า คนกล้าคนแรกที่กินปู อาจไม่ใช่คนกล้า แต่คนที่ยังกินปูทุกวันนี้ ต่างหากล่ะ ที่กล้าจริงๆ!

.

🔵[อัตรา “มะเร็ง” พุ่งสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!]

ปัจจุบันอัตราการเกิด “มะเร็ง” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ “มะเร็งลำไส้ใหญ่” ซึ่งสัมพันธ์กับการบริโภค “เนื้อสัตว์” ข้อมูลระบุว่า อัตรามะเร็งในปักกิ่ง ปี 1996 สูงกว่า ปี 1955 ถึง 5.2 เท่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษยังเตือนว่าจีนอาจยังไม่เห็นตัวเลขจริงของมะเร็ง และอีก 10 ปีข้างหน้า อาจเป็นช่วงพีค

 

🔵[“เนื้อแปรรูป” อร่อย แต่ความเสี่ยง?]

เนื้อย่าง เนื้ออบ ที่นุ่มผิดปกติ มักใส่ ผงทำให้เนื้อนุ่ม ซึ่งทำงานโดย “ละลายเส้นใยโปรตีน” เจ้าของร้านอาหารคนหนึ่งถึงกับเคยสารภาพว่า “ตั้งแต่เปิดร้าน ผมไม่กล้ากินเนื้อย่างอีกเลย เพราะถ้ามันละลายเนื้อได้ขนาดนี้ “กระเพาะ” เราจะเป็นยังไง?”

 

นอกจากนี้ “เนื้อแปรรูป” จำนวนมากยังใช้ “ไนไตรท์” ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น “ไนโตรซามีน” ที่เป็นสารก่อมะเร็งรุนแรง!

🔵[รู้เท่าทัน เพื่อทางเลือกที่เหมาะสม] 

คุณหมอหลัว แนะนำว่า การดูแลสุขภาพในยุคนี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้อง “เลิกกินเนื้อสัตว์” อย่างสิ้นเชิง แต่หัวใจสำคัญคือการ “รู้เท่าทันที่มา” และบริโภคด้วยความ “สมดุล” 

 

แน่นอนว่ามาตรฐานการผลิตอาหารในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน และข้อมูลชุดนี้เป็นเพียง มุมมองและประสบการณ์ส่วนบุคคล ของแพทย์ท่านหนึ่งที่สะท้อนผ่านบริบทในประเทศจีน ซึ่งอาจไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันที่มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) อยู่ตลอดเวลา 

อย่างไรก็ตาม การได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเราเสมอ เพื่อให้เราไม่ละเลยและพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบมากขึ้น 

สุดท้ายแล้ว “กินอะไร ก็ได้อย่างนั้น” ยังคงเป็นคำเตือนใจที่ดี พลอยหวังว่า บทความนี้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ให้ทุกคนได้เลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด ตามวิถีชีวิตและความสบายใจของแต่ละท่านนะคะ เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากความเข้าใจและการเลือกของเราเองค่ะ