พลอยอ่านเจอบทความจากเว็บไซต์ข่าวจีน “หว่างอี้ซินเหวิน” ที่สรุปข้อมูลจาก “หลัว ต้าหลุน” คุณหมอด้านแพทย์แผนจีน จบปริญญาเอกด้านการวินิจฉัยโรคจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนปักกิ่ง ที่ศึกษาเรื่องเนื้อสัตว์ในจีน และมีโอกาสมาบรรยายความรู้เรื่องนี้ในฐานะวิทยากรในรายการสุขภาพทาง CCTV
เลยอยากส่งต่อให้ทุกคนรู้ไปด้วยกัน เพราะมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างเราไม่มากก็น้อย
คุณหมอเริ่มต้นด้วยประโยคตรงไปตรงมาว่า “ผมกินมังสวิรัติ ไม่ใช่เพราะศาสนา แต่เพราะเหตุผลทางการแพทย์” และต่อไปนี้คือมุมมองเรื่องอาหาร โดยเฉพาะ “เนื้อสัตว์” ที่คุณหมอย้ำว่าเนื้อสัตว์ในยุคนี้ ไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว
.
🔵[“เนื้อ” ไม่ได้เติบโตตามธรรมชาติ?]
ในอดีตการเลี้ยงหมูหนึ่งตัวต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ถึงจะโตพอสำหรับเชือดกินช่วงตรุษจีน นั่นคือการเติบโตตามธรรมชาติ และทำให้คนสมัยก่อน ไม่ได้กินเนื้อทุกวัน แต่วันนี้ โลกเปลี่ยนไป! ในจีน คนจีนกว่าพันล้านคน “ต้องกินเนื้อทุกวัน” คำถามคือจะทำยังไงให้เนื้อมีพอ?
🔵[คำตอบคือ เร่งให้สัตว์โตเร็ว!]
หมูจำนวนมากในปัจจุบัน ใช้เวลาแค่ 2 เดือนก็โตเต็มวัย เพราะอาหารสัตว์ถูกพัฒนาให้ “เร่งโต” ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ และสารเร่งต่างๆ นักวิชาการต่างประเทศเคยประเมินว่า ปัจจุบันมีการใช้ยาและฮอร์โมนในสัตว์เลี้ยงกว่า 2,700 ชนิด และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน แต่มาอยู่ในจานอาหารของเรา
คุณหมอบอกด้วยว่าไม่ใช่แค่หมูนะคะ แต่ “อาหารทะเล” ก็ไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด อย่าง “กุ้ง” ที่เลี้ยงในบ่อทุกวันนี้ มักถูกเร่งโตด้วยฮอร์โมน จนกุ้งสามารถโตได้ในเวลาแค่ 2 สัปดาห์ กุ้งมี ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) สูง ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับ มะเร็งเต้านม