svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

09 ม.ค. 2569

กรีนแลนด์ กำลังจุดชนวนรอยร้าวระหว่างสหรัฐฯ - พันธมิตรนาโตฝั่งยุโรปลึกขึ้นเรื่อยๆ เพราะ ทรัมป์ ต้องการใช้กรีนแลนด์เป็นหนึ่งในความสำเร็จ การฉลอง 250 ปี การประกาศเอกราช

เลเวลความกระหายอยากได้ "กรีนแลนด์" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกำลังพยายามทุกวิถีทางที่จะได้ครอบครอง "เกาะใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่กว่าประเทศเยอรมนีถึง 6 เท่า ที่ตั้งอยู่ในแถบอาร์กติก" แห่งนี้ เพื่อหวังจะเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี การประกาศอิสรภาพ (America250) ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2569

 

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

 

ทรัมป์ ดำเนินการเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากแผน 1 คือ ติดต่อขอซื้อโดยตรง ถ้าไม่สำเร็จก็ปรับเป็นแผน 2 คือ การทำข้อตกลงความร่วมมือเสรี (Compact of Free Association) หรือ โคฟา (COFA) ที่สหรัฐฯ ทำกับ 3 ประเทศ ที่เป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้แก่ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย (FSM) , หมู่เกาะมาร์แชลล์ (RMI) และสาธารณรัฐปาเลา ก่อนหน้านี้

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

 

สาระสำคัญในการทำโคฟา ได้แก่

 

- อำนาจอธิปไตย : ประเทศที่เข้าร่วมเป็นรัฐเอกราช มีอำนาจในการจัดการกิจการต่างประเทศของตนเอง

 

- ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ : สหรัฐฯ ให้เงินช่วยเหลือทางการเงิน , การสื่อสาร และความมั่นคง เช่น การป้องกันประเทศ ที่สหรัฐฯ จะได้เข้าไปตั้งฐานทัพ

 

- สิทธิของสหรัฐฯ : สหรัฐฯ ได้สิทธิ์ในการเข้าถึงดินแดนและน่านน้ำ เพื่อวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ และจำกัดการเข้าถึงของประเทศอื่น

 

- การเคลื่อนย้าย : พลเมืองของรัฐที่เข้าร่วม มีสิทธิ์เดินทางเข้า-ออกสหรัฐฯ ได้อย่างเสรี

 

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

 

แม้โคฟาจะไม่ทำให้กรีนแลนด์ ตกเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ โดยตรง แต่ก็จะเปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าไปคุมความมั่นคงและต่างประเทศเต็มตัว คล้ายกับ 3 ประเทศ ในหมู่เกาะแปซิฟิก โดยเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์จากปี 2562 ที่ขอเสนอ "ซื้อ" เป็น "โน้มน้าวให้แยกตัว" ด้วยการหนุนกลุ่มเอกราชให้จัดทำประชามติ เพื่อให้แยกตัวจากเดนมาร์ก

 

เจาะหัวใจของข้อตกลงโคฟา

 

การทำข้อตกลงโคฟา ถือเป็นกลยุทธ์ที่จะควบคุมกรีนแลนด์ โดยไม่ต้องผนวกเข้าเป็นของสหรัฐฯ แต่ได้ที่มั่นทางยุทธศาสตร์เพิ่ม ได้เข้าถึงแร่หายาก และทางออกทะเลเหนือ แต่เหตุผลที่ลึกไปกว่านั้น คือ การป้องปรามรัสเซีย เช่น กรณีเลวร้าย (worst case) ถ้ารัสเซียยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ ไปโจมตีสหรัฐฯ เส้นทางที่สั้นที่สุด จะต้องผ่านขั้วโลกเหนือและกรีนแลนด์ และด้วยเหตุนี้ "ฐานอวกาศปิตูฟฟิก" (Pituffik Space Base) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันสหรัฐฯ

 

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

 

เดิมฐานอวกาศแห่งนี้ มีชื่อว่า "ฐานทัพอากาศธูเล" (Thule Air Base) เป็นฐานทัพที่อยู่เหนือสุดของโลกของสหรัฐฯ ที่โอนมาอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) และเปลี่ยนชื่อเป็นปิตูฟฟิก ในปี 2567 เพื่อสะท้อนบทบาทใหม่ในฐานะฐานปฏิบัติการด้านอวกาศ และเฝ้าระวังขีปนาวุธในภูมิภาคอาร์กติก

 

การที่ทำเนียบขาวแถลงเป็นนัยว่า ถ้าแผน 2 ไม่สำเร็จ ก็จะยกระดับไปสู่สิ่งที่ทรัมป์อ้างว่าเป็น "ทางเลือกสุดท้าย" ซึ่งก็คือ "การใช้กำลังทหาร" (military always an option) ทำให้เดนมาร์กกับผู้นำยุโรป 7 ชาติ รวมทั้ง ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ร่วมกันออกแถลงการณ์ประณามว่า เป็นการท้าทายพันธมิตรอย่าง "องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ" หรือ นาโต (NATO) และขัดต่อสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของตนเอง (self determination)

 

การพยายามครองกรีนแลนด์ ของทรัมป์ จุดชนวนร้าวลึก สหรัฐฯ-นาโต

 

เดนมาร์ก ประกาศกร้าวว่า "การโจมตีกรีนแลนด์ คือจุดจบของนาโต" ส่วนกรีนแลนด์ ที่ปกครองตนเองก็ยืนยันว่า "ไม่ขาย" (Greenland will never be for sale) และยอมรับสถานการณ์ "รอยร้าว" ในนาโต โดยแม้ไม่มีประเทศใดในกลุ่ม อยากเสี่ยงที่จะทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ แต่ด้วยอุณหภูมิทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับเดนมาร์ก ทำให้พันธมิตรในยุโรป ต้องออกแถลงการณ์ร่วมกันในประเด็นนี้ ในระหว่างการเจรจาเรื่องยูเครน ซึ่งเน้นย้ำว่าความมั่นคงในแถบอาร์กติก ควรบรรลุผลร่วมกันกับพันธมิตรนาโต รวมถึงสหรัฐฯ และเป็นหน้าที่ของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ที่จะตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์เอง

 

เชื่อแถลงการณ์ของผู้นำยุโรป ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาของทรัมป์ได้

 

กรีนแลนด์ นอกจากเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ยูเรเนียม เหล็ก และแร่ธาตุหายาก ซึ่งเป็นกลุ่มโลหะ 17 ชนิด ที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน เช่น สมาร์ทโฟนและจอโทรทัศน์ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth Elements-REEs) ที่ยังไม่ได้พัฒนามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็ยังมีทับทิมและไพลิน รวมถึง ทองคำ แพลทตินัม สังกะสี และตะกั่ว ตลอดจนน้ำมันและก๊าซที่ มีที่ตอนนี้อยู่ในความควบคุมของกรีนแลนด์