เนชั่นทีวี

Lifestyle

วางแผนมีลูก สำคัญแค่ไหน ไม่วางแผนได้ไหม

22 ก.ย. 2566 | sorada_are

วางแผนมีลูก สำคัญแค่ไหน ไม่วางแผนได้ไหม

การวางแผนมีลูก เป็นเรื่องที่คู่สมรสหลายคู่ให้ความสำคัญ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาจมีคู่สมรสส่วนหนึ่ง ที่ยังสงสัยอยู่ว่าการวางแผนมีลูกนั้น สำคัญจริงหรือไม่ ในเมื่อไม่วางแผนเลยก็สามารถมีลูกได้เหมือนกัน

 

การวางแผนมีลูก สำคัญแค่ไหน ไม่วางแผนได้ไหม ครั้งนี้ทางบทความจึงถือโอกาสนำเอาข้อมูลความสำคัญของการวางแผนมีลูก และข้อเสียเมื่อไม่วางแผนมาให้ศึกษาร่วมกัน 

 

ควรวางแผนมีลูกเรื่องอะไรบ้าง

 

ในเรื่องของการวางแผนมีลูก สามารถแบ่งประเด็นใหญ่ๆ ออกเป็น 3 ประเด็น ได้ดังนี้ 

 

1.ความมั่นคงทางการเงิน

 

เรื่องแรกที่คู่สมรสคำนึงถึงการมีลูกและมักอยู่ในเรื่องการวางแผนมีลูกเสมอ ก็คือความมั่นคงทางการเงิน เพื่อที่จะสามารถเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ของลูก เรื่องอาหารการกิน เรื่องการพาลูกเข้าโรงเรียน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมา ทำให้ความมั่นคงทางการเงินถูกพิจารณาร่วมด้วยเสมอสำหรับการวางแผนมีลูก และมักสอดคล้องกับอายุที่ต้องการมีลูก 

 

บางคนพร้อมมีลูกตอนอายุ 30 ปี บางคนพร้อมตอนอายุ 35 ปี หรือบางคนอาจพร้อมมีลูกตอนอายุมากกว่านั้น อาจด้วยความก้าวหน้าในตำแหน่งงาน ความก้าวหน้าด้านรายได้ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ทำให้ส่วนหนึ่งที่กำลังวางแผนมีลูก ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การฝากไข่ เพื่อมีลูกในอนาคตเมื่อพร้อมและมีความมั่นคงทางการเงิน

 

2.ตรวจโรคทางพันธุกรรม

 

เรื่องถัดมาที่ควรทำเมื่อวางแผนมีลูก ก็คือการตรวจโรคทางพันธุกรรม โดยการตรวจหาว่าคู่สมรสฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเป็นพาหะของโรคหรือไม่ หากมีบุตรด้วยกันลูกจะมีโอกาสเป็นโรคพันธุกรรมมากน้อยแค่ไหน หากพบว่ามีโอกาสมาก อาจชะลอการมีบุตรออกไปหรือยุติการมีบุตรด้วยกันไปเลยก็มี หรือบางโรคเมื่อพบว่าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเป็นพาหะ อาจใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยทำให้บุตรเกิดมาปกติได้ 

 

โดยในการตรวจโรคทางพันธุกรรมนี้ พบว่าบางคู่อาจตรวจก่อนสมรส เพื่อประเมินว่าจะสามารถมีบุตรด้วยกันโดยที่บุตรจะเกิดมาปกติหรือไม่ หากพบว่าการมีบุตรด้วยกันอาจทำให้บุตรเกิดมาป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม ก็อาจยกเลิกการสมรสไปเลยก็มี ทั้งนี้ก็ถือเป็นการวางแผนมีลูกที่สำคัญ 

 

โรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อย ได้แก่ 

  1. ดาวน์ซินโดรม อาจเกิดได้จากคุณพ่อหรือคุณแม่ที่เป็นพาหะของโครงสร้างโครโมโซมผิดปกติ หรืออาจเกิดจากการที่คุณแม่มีลูกช้าในช่วงที่อายุเกิน 35 ปี
  2. โรคตาบอดสี เกิดจากการที่พ่อหรือแม่เป็นพาหะของโรค ซึ่งสามารถตรวจก่อนมีลูกได้ 
  3. โรคธาลัสซีเมีย หรือโรคโลหิตจาง เป็นอีกหนึ่งโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากพ่อหรือแม่เป็นพาหะ สามารถตรวจดีเอ็นเอ เพื่อหาพาหะธาลัสซีเมียก่อนมีลูกได้เช่นกัน โดยแพทย์จะหาชนิดของพาหะและประเมินได้ว่าบุตรที่เกิดมามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย 
  4. โรคฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด
  5. โรคซีสติกไฟโบรซีส 
  6. โรคลูคิเมีย หรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  7. เอ็ดเวิร์ดซินโดรม 
  8. โรคพร่องเอนไซม์ G6PD

ทั้งนี้ยังพบว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างการทำเด็กหลอดแก้ว อาจช่วยให้พ่อแม่ที่เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรมบางโรค สามารถมีบุตรที่เป็นปกติได้ โดยการคัดกรองตัวอ่อนหลังทำการปฏิสนธิระหว่างไข่และอสุจิในจานทดลองแล้ว โดยเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงและปลอดโรคกลับไปฝังตัวในมดลูกได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 

 

3.เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับตั้งครรภ์

 

ในการวางแผนมีลูก อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญก็คือการเตรียมความพร้อมสำหรับตั้งครรภ์ เช่นการปรับพฤติกรรมบางอย่าง รวมถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน เพื่อบำรุงตัวเองให้พร้อมกับการตั้งครรภ์ไปจนถึงการบำรุงครรภ์หลังจากตั้งครรภ์สำเร็จแล้ว

 

การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนตั้งครรภ์ ได้แก่ การงดบุหรี่ งดสุรา งดคาเฟอีน ไม่เครียด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนัก ทั้งนี้การปรับพฤติกรรมดังกล่าวจะช่วยให้มีลูกง่ายขึ้น เนื่องจากหลายปัจจัยที่กล่าวมาส่งผลให้อสุจิไม่แข็งแรงและส่งผลต่อการตกไข่ หากไม่ปรับเปลี่ยนอาจติดลูกได้ยาก

 

นอกจากนี้หากอยู่ในช่วงวางแผนมีลูก กรณีตั้งครรภ์สำเร็จแล้ว หลายพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนก็ยังต้องดำเนินต่อไป เพื่อป้องกันการแท้งลูกและป้องกันไม่ให้ทารกที่เกิดมามีภาวะที่ผิดปกติ เช่น หากตั้งครรภ์สำเร็จ ทั้งพ่อและแม่ควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากแม่ไม่ควรได้รับควันบุหรี่ เพราะอาจทำให้เกิดการแท้งบุตร หรือทารกที่เกิดมาอาจผิดปกติทางสมอง

 

นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากตั้งครรภ์สำเร็จแล้ว คุณพ่อสามารถดื่มได้ แต่คุณแม่ยังคงต้องงด เพราะส่งผลต่อเด็กในครรภ์เช่นกัน ส่วนคุณพ่อหากดื่มมากเกินไปจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็อาจส่งผลทางอ้อมคือทำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เครียดและมีสภาวะอารมณ์ที่ไม่คงที่ ซึ่งส่งผลต่อเด็กในครรภ์ได้เช่นกัน รวมถึงการใช้กำลังทุบตีคุณแม่จากอาการมึนเมาของคุณพ่อ ก็อันตรายต่อเด็กในครรภ์ด้วย 

 

ไม่เพียงแต่งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่คุณแม่ยังควรงดเครื่องดื่มคาเฟอีน เพราะมีผลต่อการนอนหลับของทารกในครรภ์ และอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้จากคาเฟอีนที่ไปขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก ทั้งนี้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสมองและอวัยวะต่างๆ ของทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์ 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลในบทความเป็นเพียงแนวทางที่จัดทำขึ้นเพื่อแนะนำคู่สมรสเกี่ยวกับการวางแผนมีลูก คู่สมรสแต่ละคู่สามารถนำไปปรับใช้และปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของตนเอง เพื่อให้การมีลูกดำเนินไปอย่างราบรื่น

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด