3.กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids)
กรดไขมันโอเมก้า 3 มีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพสมองและหัวใจ โดยสารอาหารหลักของผลิตภัฑณ์อาหารเสริมประเภทนี้จะมี ALA EPA และ DHA สารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการทำงานและพัฒนาการทางความคิด สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และความดันโลหิต สำหรับใครที่ต้องการเสริมสารอาหาร EPA และ DHA ควรตรวจสอบปริมาณสารอาหาร EPA และ DHA บนฉลากให้ชัดเจนทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ หากมีข้อจำกัดด้านอาหารหรือเป็นโรคภูมิแพ้ อาจต้องพิจารณตัวเลือกอื่นเพิ่มเติมได้ เช่น วัตุดิบที่ได้จากพืช หรือผ่านการทดสอบสารก่อภูมิแพ้แล้ว
4.แมกนีเซียม (Magnesium)
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของเอนไซม์ภายในร่างกาย มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท แถมยังมีส่วนช่วยในการผลิตพลังงาน การสังเคราะห์โปรตีน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณแมกนีเซีมที่เหมาะสมต่อวันอยู่ที่ 310 - 420 มก. ความแตกต่างขึ้นอยู่กับช่วงอายุและเพศของแต่ละบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม การจะทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทนี้ให้เพียงพอและเหมาะสม จำเป็นต้องปรึกษาผู้มีความรู้เฉพาะทางร่วมด้วย
5.โปรไบโอติก (Probiotics)
โปรไบโอติกคือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ เมื่อบริโภคในปริมาณที่เพียงพอจะสามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับระบบทางเดินอาหาร แบคทีเรียที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหารและการทำงานของภูมิคุ้มกันโดยรวม การทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทโปรไบโอติกจะช่วยแก้ปัญหาท้องผูก บรรเทาอาการท้องเสีย ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดการติดเชื้อแบคทีเรีย เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและรักษาโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย
ความสำคัญของวิตามินและแร่ธาตุบทบาทสำคัญในกระบวนการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติมโต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง จึงจำเป็นต้องรับจากภายนอกเท่านั้น ใครที่มีปัญหาภาวะร่างกายขาดแร่ธาตุและวิตามิน หรือรู้สึกว่ามีพฤติกรรมทานอาหารที่ไม่ดีพอ การมองหาอาหารเสริมสำหรับช่วยบำรุงสุขภาพอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ