ในปี 2022 ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและภาษีคาร์บอน สามารถสร้างรายได้กว่า 95 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ขณะที่ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) มีมูลค่ากว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ข้อมูล ณ เดือนเมษายน ปี 2023 พบว่า มีทั้งหมด 73 รัฐและประเทศทั่วโลก ที่ดำเนินการกลไกราคาคาร์บอนด้วยระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และภาษีคาร์บอน ซึ่งสามารถครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 23% หรือราว 11.66 กะกะตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (GtCO2eq)
ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2023 อัตราการเติบโตของราคาระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเริ่มชะลอตัวลง หลังจากที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการเผชิญกับสถานการณ์ทั่วโลกต้องเผชิญร่วมกันอย่างการแพร่ระบาดของ COVID-19 และสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา
แต่อย่างไรก็ตาม ราคาสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ Allowance ก็ยังทรงตัวอยู่ได้แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาและความท้ามากมาย มีเพียงไม่เกิน 15% เท่านั้น ที่ราคาพุ่งสูงขึ้น
โดยเฉพาะระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป (EU ETS) โดยระบบดังกล่าวของสหภาพยุโรปราคาพุ่งไปเกินกว่า 100 ยูโร เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2023
ขณะเดียวกัน ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ 2 ประเทศในเอเชียกลับปรับตัวลดลงเช่น ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea ETS)
และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสาธารณรัฐประชาชนจีน (China National ETS) ที่ราคาของ Allowance ปรับตัวลดลงกว่า 35% หรือต่ำกว่า 10 เหรียญสหรัฐต่อ tCO2eq