โดยจากรายงาน “State and Trend of Carbon Pricing 2023” ของธนาคารโลก พบว่า ศูนย์ซื้อขาย (Exchange) จะใช้สัญญามาตรฐาน (Standardized Contract) เพื่อจัดกลุ่มคาร์บอนเครดิตตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสะดวกต่อการลงทุน แต่ผลกระทบอีกด้านคือการให้มูลค่าของคาร์บอนเครดิต
ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยหลักอย่างคุณภาพโครงการซึ่งคุณภาพสูงและคุณภาพต่ำกว่าถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกัน เป็นแรงกดดันด้านราคาให้ลดลงได้
ผู้ขายคาร์บอนเครดิต จึงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อราคานี้โดยการซื้อขายแบบทวิภาค (Bilateral/Over-the-Counter) มากกว่าผ่านศูนย์ซื้อขาย โดย Ecosystem Marketplace ได้เก็บสถิติการซื้อขายผ่าน OTC จากกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ราคาคาร์บอนเครดิตเฉลี่ยอยู่ประมาณ 6.83 เหรียญสหรัฐต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (US$/tCO2eq)
โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาคาร์บอนเครดิตมาจากหลายปัจจัย เช่น
•ประเภทโครงการ (Project type)
•มาตรฐานการรับรองคาร์บอนเครดิต (Standard issuing)
•ปีที่เกิดกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกและรับรองคาร์บอนเครดิต (Vintage year)
•ผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) เป็นผลให้ราคาของเครดิตแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างมาก
รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยความพึงพอใจของผู้ซื้ออีกด้วย
จากสถิติในปี 2022 พบว่า ราคาคาร์บอนเครดิตประเภท Removal มีราคาสูงกว่าประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด (Price premium) ราคาอยู่ที่ 12-20 เหรียญสหรัฐ/tCO2eq