ด้านสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ผู้ร่วมเสวนาต่างแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย เช่น กระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อน การขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบ และความเหลื่อมล้ำในการบังคับใช้กฎหมาย โดยได้เสนอ แนวทางสำคัญเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การปรับปรุงกระบวนการอนุมัติให้รวดเร็วและโปร่งใส การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการฝึกอบรมในสถานที่ทำงานจริง และการสร้างความชัดเจนด้านนโยบาย
นอกจากผู้ร่วมเสวนาแล้ว สกพอ. ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานร่วมซักถามและเสนอข้อคิดเห็น โดยมีข้อเสนอสำคัญหลายประเด็น เช่น การสื่อสารนโยบายเชิงรุกและต่อเนื่อง การสนับสนุนแรงงานทักษะสูงให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมใหม่ การผลักดันมาตรการจูงใจการลงทุนที่ตอบโจทย์บริบทโลกปัจจุบัน ซึ่งข้อคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนความคาดหวังที่นักลงทุนมีต่อบทบาทของรัฐ ในการเป็น “หุ้นส่วนการเติบโต” ไม่ใช่เพียงผู้กำกับดูแล และเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ภาครัฐ “รับฟังจริง และพร้อมปรับจริง”
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ย้ำว่า เวทีนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำข้อมูลจากภาคเอกชนไปใช้จริงในการออกแบบนโยบายและกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในระยะถัดไป โดย สกพอ. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง เชื่อมโยงภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายการลงทุนที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และพร้อมเดินหน้าไปกับนักลงทุนทุกชาติอย่างเท่าเทียม