เนชั่นทีวี

Business

ผ่าความคิด “ไตรภพ” ในวันที่ “ครัวคุณต๋อย” จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรมทีวี

21 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

ผ่าความคิด “ไตรภพ” ในวันที่ “ครัวคุณต๋อย” จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรมทีวี

“ผมอยู่ในมหาสมุทรนี้มา 40 กว่าปีแล้ว ผ่านภาวะมากมายหลายหลาก นี่คือคลื่นลมแรงที่สุดเท่าที่มีมา เราจะสู้แบบเดิม แล้วไปตายในทะเล หรือจะขึ้นฝั่ง แล้วให้ลูกเรือของผมรอด พนักงานทุกคนเห็นตรงกัน ไม่มีใครอยากตายในทะเล”

“ผมอยู่ในมหาสมุทรนี้มา 40 กว่าปีแล้ว ผ่านภาวะมากมายหลายหลาก นี่คือคลื่นลมแรงที่สุดเท่าที่มีมา เราจะสู้แบบเดิม แล้วไปตายในทะเล หรือจะขึ้นฝั่ง แล้วให้ลูกเรือของผมรอด พนักงานทุกคนเห็นตรงกัน ไม่มีใครอยากตายในทะเล”

KEY

POINTS

  • ยุติออกอากาศบนทีวี: "ไตรภพ" แจ้งต้นสังกัด หยุดผลิต "ครัวคุณต๋อย-ทูเดย์โชว์" ออกอากาศถึงสิ้น ธ.ค. 69
  • เลิกจ้างจ่ายชดเชยสูงสุด: ไม่ได้ปิดบริษัท แต่เลิกจ้างเพื่อให้พนักงานได้ค่าชดเชยสูงสุดตามกฎหมาย ยันรอดตัวไว้ก่อน
  • ปรับโฉมใหม่สู่โลกออนไลน์: ย้ายเรือสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ลุย Gastronomy-ทอล์กโชว์ Live พร้อมเปิด Academy ปีหน้า

21 ตุลาคม 2569 ไตรภพ ลิมปพัทธ์ ในวัย 71 ปี แถลงข่าวเปิดใจกับสื่อมวลชน หลังปรากฏข่าว “เลิกบริษัท” ยุติการทำรายการอาหารชื่อดังอย่าง “ครัวคุณต๋อย” โดยยืนยันว่า บริษัทของตนจะอยู่ต่อไปทั้งหมด เอกสารที่หลุดออกมานั้นเป็นร่างภายในของบริษัท  แต่เป็นการปรับตัว และตัดสินใจแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อดูแลคนนับร้อยชีวิตในบริษัท 

 

เลิกจ้าง ไม่ใช่เลิกบริษัท

 

ไตรภพ เปิดเผยว่า บริษัทของตนจะหยุดการผลิตรายการครัวคุณต๋อย และรายการทูเดย์โชว์ และจะออกอากาศจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. 69 ได้มีการปรึกษาและแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังต้นสังกัด ให้ทราบล่วงหน้าก่อนแล้ว 

“เราไม่ได้เลิก เราย้ายแพลตฟอร์มตามความเหมาะสม เราเป็นเรือเล็ก ในทะเลอันยิ่งใหญ่ กว้างขวาง เมื่อมรสุมมันมากมายหลายหลากเหลือเกิน ผมต้องทำเพื่อลูกน้องผม หลายคนบอกเมื่อก่อนหยุดงาน 8-9 เดือนยังอยู่ได้เลย ผมยอมเสียทุกอย่างทุกบาททุกสตางค์ของผมเองได้ ถ้าทะเลมันสงบ ผมไม่แคร์ แต่วันนี้มันไม่ใช่ ถ้าผมสู้แล้วเป็นผลประโยชน์ต่อลูกน้องที่ควรจะได้ ผมก็จะทำ”

 

ไตรภพ อธิบายเพิ่มว่า นี่ไม่ใช่การปิดบริษัท เป็นการเลิกจ้างเพื่อให้พนักงานในบริษัทได้สิทธิประโยชน์และค่าชดเชยที่ควรได้ตามกฎหมาย แม้ปัจจุบันสถานะของบริษัท ยังไม่ขาดทุน แต่ปีนี้จะรอดหรือไม่ก็ตอบไม่ได้ และยืนยันว่าพนักงานทุกคนเข้าใจดี 

“ลูกน้องผมอายุต่ำสุด 51 นะ ถามผมสิ ว่าเขาดีใจไหม เขาดีใจ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมไปประนีประนอมกับเขา ว่าบริษัทไม่ไหว ขอให้ได้เท่านี้นะ ผมไม่ได้ขอใคร ผมเลิกจ้างเพื่อค่าชดเชยสูงสุดตามกฎหมายที่ควรจะได้ แล้วผมยังไม่เลิกบริษัทนี่ ถ้าวันไหนจะทำต่อ ผมก็จ้างเขาใหม่ แต่วันนี้เราทำให้เขารอดตัวก่อนดีไหม ผมเป็นเจ้านายคนนะ”  

 

จากยุครุ่งเรือง สู่ขาลงวงการทีวี

 

ไตรภพ ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้รายการทูเดย์โชว์ เคยมีรายได้จากโฆษณาได้ นาทีละ 400,000 บาท ส่วนรายการครัวคุณต๋อยตอนเริ่มต้น นาทีละ 200,000 บาท ถ้าหากบริษัทขายลูกค้าได้ 3 นาที ก็มีทุนแล้วประมาณ 600,000-700,000 บาท แต่ปัจจุบันนาทีละ 20,000-30,000 บาทต่อนาที ขายได้เต็มที่ก็เพียงหลักหมื่นเท่านั้น แต่ต้นทุนของรายการมีมากกว่านั้นมากต่อ 1 เทป 

 

ยกตัวอย่างรายการครัวคุณต๋อย เป็นรายการเดียวในทีวีที่มีกระบวนการถ่ายทำที่วุ่นวาย ยุ่งยากที่สุด ต้องยกกองไปถ่ายทำข้างนอกทุกจังหวัด ในช่วง “ไม่กินถือว่าผิด” ต้องมีช่วงนำเสนอสูตรอาหาร ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนหน้านี้ ขั้นตอนนี้ต้องละเอียดและครบถ้วน แล้วจึงมาบันทึกเทปในสตูดิโอ ที่มีพนักงานอย่างน้อย 50 คน จึงเข้าสู่การตัดต่อร้อยเรียงทั้งหมด ต่อ 1 เทปต้นทุน 200,000 บาท ไตรภพ บอกว่า “คุณว่าผมทนมากี่ปีแล้ว สู้ทุกแนวทางมากี่ปีแล้ว นี่คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง”

 

การเดินทางครั้งใหม่ สู่โลกออนไลน์แห่ง Gastronomy

 

“ครัวคุณต๋อย จะปรับโฉมใหม่ทั้งหมด แล้วไปอยู่บนโลกออนไลน์ ความสำคัญในโลกยุคใหม่ คือ การนำเสนอเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง และชัดเจนมากขึ้น นำเสนอบทบาทใหม่ๆ ของสิ่งที่เรียกว่า Gastronomy”

 

ไตรภพ ในวัยเกินเลข 7 ยังเต็มไปด้วยความฝัน และสิ่งที่อยากทำมากมาย เขาบอกว่า จะสร้างรายการใหม่ในทางออนไลน์อีกจำนวนมาก  รายการเดิมที่เคยออกอากาศทางทีวี ยังคงอยู่ เน้นให้ความรู้ด้าน Gastronomy อยากอธิบายชี้แจงให้คนในประเทศได้รับรู้ ว่าเราต้องมีความรู้แค่ไหน และทำอะไรกับมันบ้าง เพื่อจะให้เป็นประโยชน์สู่สาธารณะไปด้วย เช่นเดียวกับงานอีเวนท์อย่าง “ครัวคุณต๋อยยกทัพ” ก็ยังอยู่ครบทุกอย่าง ร้านค้าที่เป็นส่วนหนึ่งของอีเวนท์ยังดำเนินการทั้งประเทศอย่างปกติ และจะมากขึ้นกว่าเดิม การทำงานต่อจากนี้จะเน้นการเข้าถึงผู้คนและชุมชนให้มากขึ้นและชัดเจนขึ้น

“เราพูดจนติดปาก ว่าครัวไทยไปครัวโลก แล้วมันเป็นจริงหรือยัง เราจะทำให้มันเกิดขึ้นจริง เราจะมี Academy ในปีหน้า ให้การศึกษาแบบครบวงจรเกี่ยวกับอาหาร ไม่ใช่แค่สอนสูตร ในโลกหน้ามันคือประสบการณ์และคุณค่าที่มอบให้ผู้คน” 

 

ไตรภพ เล่าว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ฉุกละหุก หรือยากเกินไปสำหรับตน ได้คิดเรื่องนี้มา 3 ปีแล้ว ได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาแบรนด์ และผู้สร้างสรรค์เนื้อหา ที่เชี่ยวชาญด้านสารคดี นิทรรศการ สิ่งพิมพ์ และการค้นคว้าเรื่องราวการพัฒนา Gastronomy ทำงานร่วมกับผู้ผลิตสื่อออนไลน์ในประเทศ และต่างประเทศ มีที่ปรึกษาทางกลยุทธ์เพื่อให้เกิดสิ่งที่วาดหวังไว้ 

 

นอกจากนั้น ยังมีรายการ “ทอล์คโชว์” แบบ Live ในทางออนไลน์ด้วย เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตผู้คน ความรู้ที่ลึกซึ้ง ไตรภพ ยกตัวอย่างแขกรับเชิญ เช่น บรรยง พงษ์พานิช, ศุภวุฒิ สายเชื้อ เป็นต้น เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวสูงสุดของชีวิตผู้คน ให้เป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิต จะเกิดขึ้นในปีหน้า 

“เรื่องที่เกี่ยวกับสังคม การใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล ชาญฉลาด ผมห่วงผู้คนในสมัยนี้มากกับแนวคิดและวิธีคิด ผมอยากนำเสนออีกแนวทางหนึ่ง จะสร้างชีวิตของเขาได้หรือไม่ ไม่อยู่กับเงาดำมืด ความรู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้ ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ถ้าคุณมี Foundation of Life คุณจะมีชีวิตใหม่ที่แตกต่าง”

 

ไตรภพ ยังบอกถึงรูปแบบของรายการต่อจากนี้ ว่าจะปรับปรุงให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุกคนพอใจ ยกตัวอย่างเช่น บางคนบอกจะได้ไม่ต้องดูสักที อวยคนมากไป ไตรภพ บอกว่า “ผมยังอวยอยู่ดี” โดยขอรักษาสิ่งนี้ไว้ เพราะ ความเชื่อว่าสังคมต้องอยู่ด้วยสิ่งนี้ คือ ใครเขามีของดี เราต้องบอกต่อ

 

“ทีวีกำลังจะตาย” ? เป็นคำถาม ที่ควรถามให้ถูกคน 

 

ไตรภพ ให้สัมภาษณ์ถึงอุตสาหกรรมทีวีในปัจจุบัน ว่าไม่ได้ตัดสินใจเดินออกมาจากทีวี เพราะ “หนีตาย” แต่ตนรู้ว่าควรจะทำอะไรในเวลานี้ ยังมีคนอยู่ในอุตสาหกรรมทีวีอีกมากมาย ซึ่งแต่ละคนมีแบคกราวด์ มีความต้องการต่างกัน ตนอาจจะถึงจุดอิ่มตัวก่อน หรือมีจุดที่มองว่าต้องเป็นแบบนี้

“ทีวีกำลังจะตาย ? คำถามนี้ผมควรตอบ หรือ เจ้าของสถานี หรือ กสทช. หรือ นายกรัฐมนตรี หรือคนที่ดูแลทั้งหมดควรจะเป็นคนตอบ ?”

 

ไตรภพ ยังกล่าวอีกว่า ให้ย้อนไปดูในอดีตว่าตนพูดถึงทีวีดิจิทัลไว้อย่างไรบ้าง ตนน่าจะเป็นเพียงไม่กี่คนที่ออกมาพูดต่อต้านกระแสทีวีดิจิทัลในตอนนั้น จนถึงตอนนี้ก็เห็นผลแบบนั้นแล้วจริงๆ การตัดสินใจวันนี้เหมือนการ “หลบขึ้นฝั่ง” เพราะ คลื่นทะเลแรงมาก เราจะไม่เอาลูกน้องไปตายเปล่าๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่คลื่นลมสงบ ตนจะลงทะเลอีกแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์  

ข่าวล่าสุด