ความจริงข้อหนึ่งคือ สังคมรู้เเล้วว่า อดีตทนายคนดังและ บิ๊กโจ๊ก แนบเเน่นกันเเค่ไหน ..หากหลักฐานดังกล่าวของ ทนายตั้ม และ บิ๊กโจ๊ก มีน้ำหนักกฎหมายเเละ ก.ร.ตร. เปิดช่องทางให้ บิ๊กต่อ เเละพวกไปชี้เเจงสู้ข้อกล่าวหา โดย ก.ร.ตร. จะชั่งหลักฐาน/เหตุผลของผู้ถูกกล่าวหาว่า ฟังขึ้นหรือไม่ ?!? อันนี้สุดเเล้วเเต่เวรกรรมของเเต่ละบุคคลไป
เเต่อย่าลืมว่า การที่อดีตรอง ผบ.ตร.พยายามบอกว่า บิ๊กต่อ เเละพวกมีความผิดในเรื่องนี้นั้น เเละเร็วๆ นี้ บิ๊กโจ๊กจะนำข้อมูลลับมาเปิดโปงให้สังคมรับรู้กันเเบบจุกๆ นั้น
บางคนสอบถามว่า เเสดงว่า บิ๊กโจ๊ก รู้เเละตามติดเคสเหล่านี้มาโดยตลอด...เเต่ทำไม บิ๊กโจ๊ก ไม่จับกุมชาวสีกากีเหล่านี้ในยามนั้น? และเเบบนี้ บิ๊กโจ๊ก มีความผิด ป.อาญา มาตรา157 หรือไม่!?!
สังคมรับรู้สิ่งที่ บิ๊กโจ๊ก กุมความลับสีเทาเเละเผยข้อมูลในช่วงที่ตำรวจค้นบ้านพักซอยวิภาวดีรังสิต 60 ช่วงปลายเดือนกันยายน 2566 โดย บิ๊กโจ๊ก ชี้เป้าว่า ไม่อยากทุบหม้อข้าว หากเปิดเมื่อใดตายหมดทั้ง สตช.นั้น
หากเป็นเเบบนี้เเปลว่า บิ๊กโจ๊กก็มีส่วนร่วมในการกระทำผิดกเหมือนบิ๊กต่อเเละพวกหรือไม่..
เเต่.. บิ๊กโจ๊ก อาจจะหนักกว่า เพราะ บก.ปปป.เคยส่งสำนวน 1,420 หน้า ให้สำนักงาน ป.ป.ช. โดย บก.ปปป. ตรวจสอบไฟล์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ เเล้วพบหลักฐานหลากรายการที่ส่อเเววสีเทา
โดยเฉพาะข้อมูลเส้นเงิน/บัญชีม้า/เเชตไลน์ที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ เเจ้ง บิ๊กโจ๊ก ถึงการรับ/เบิกเงินเหล่านี้จำนวนมากในการ กระจายไปให้บุคคลต่างๆ ตามที่ บิ๊กโจ๊ก ระบุไว้
เงินสีเทาดังกล่าวพบว่า บางส่วนมีการนำไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน/ห้องอินทรีในหมู่บ้านซอยวิภาวดีรังสิต 60 ซึ่ง บิ๊กโจ๊ก อาศัยอยู่ เเม้ บิ๊กโจ๊ก อ้างหลายคราวว่า ไม่มีการโอนเงินจากบัญชีม้าไปยัง บิ๊กโจ๊ก โดยตรงก็ตาม เเละอดีตรองผบ.ตร.มักอ้างว่า ไม่ได้รับรู้ว่าลูกน้องไปใช้บัญชีม้า/รับเงินจากเว็บพนันบีเอ็นเค มาสเตอร์/ลูกน้องบางคนคบหาเเละยืมเงิน จากมินนี่เจ้าเเม่เว็บพนันได้อย่างไร...
ดังนั้นประจักษ์พยานดังกล่าวเพียงพอที่จะบ่งชี้ได้ว่า บิ๊กโจ๊ก รับรู้เเละมีส่วนร่วมในการกระทำผิดเพียงใด
ดังนั้นใครที่ถูกกล่าวหาก็ใช้สิทธิในการชี้เเจง เเละสู้คดีกันไปตามชะตากรรม เเต่ใครที่มัวหมองเเละยังดิ้นรนทุกวิถีทาง หากชาวสีกากีบางราย ยังโต้ตอบกันว่า หากข้าชั่ว เอ็งก็ผิดเเบบนี้ไปเรื่อยๆ นั้น เเวดวงสีกากีคงไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไปแล้วกับบ้านนี้เมืองนี้