เพราะ ปมฮั้ว สว.เป็นอำนาจไต่สวนของ กกต. หาก กกต.ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า กลุ่ม สว. และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 229 คน ได้ กระทำฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 มาตรา 77 (1) กฎหมายกำหนด ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อ “ศาลฎีกา” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ประกอบ พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 มาตรา 62 มิใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ”บทสรุปของนักกฎหมายมหาชนต่อลีลาล่าสุดของนันทนา
เเปลว่าความมุ่งหมายของนันทนาตั้งใจเช็กบิลสว.กลุ่มนั้น โดยใช้กฎหมายที่หลงประเด็นในการเดินเครื่องเเละต้องดูว่าสว.ที่ร่วมขบวนกับนันทนาด้วยนั้นจะรู้หรือไม่ว่าลงชื่อไปเเบบ“สำคัญผิดหรือตั้งใจเเละใช้ดุลพินิจในการใช้กฎหมายเเบบไม่รอบคอบ”หรือไม่!เเละต้องรอดูว่าสว.เหล่านั้นคือใคร...ใกล้ชิดขั้วใดทางการเมืองบ้างที่ไปเเตะมือกับนันทนาในคราวนี้
ล่าสุด1ในสว.”ณัชชญ์พงศ์ วงศ์มูลาลี“เเจ้งความสน.บางโพวันที่6ส.ค.2568เเล้วว่าถูกปลอมลายเซ็นเเละเจ้าตัวไม่ประสงค์ลงชื่อในคราวนี้เเละสว.คนนี้บอกอีกว่า ยังมีสว.2คน โดนลงลายมือชื่อเเทนเช่นกัน คือ“เดชา นุตาลัย” สว. ทำหนังสือบันทึกข้อความถึงเลขานุการวุฒิสภา ยืนยันว่า“ในเอกสารคำร้องดังกล่าว ไม่ใช่ลายมือชื่อของตน และตนยังไม่เห็นรายละเอียดคำร้อง ”
เเละพ.อ.หญิง ธณตศกร บุศราคม สว. ได้ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภา เพื่อขอถอดถอนรายชื่อออกจากคำร้องดังกล่าว “เนื่องจากเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญของการร่วมเสนอชื่อในครั้งนี้”
ทำให้รายชื่อสว.ในคำร้องนี้ไม่ครบเเละตกไป รวมทั้งผู้ริเริ่มล่ารายชื่ออาจมีความผิดหลายกระทง
(ปลอมเอกสารราชการที่มีโทษทางอาญา/ขัดจริยธรรมร้ายเเรง/ถูกตัดสิทธิทางการเมือง)เเละถึงตอนนี้นันทนายังไม่ได้อธิบายใดๆกับปรากฏการณ์ดังกล่าวว่าจริง/เท็จเเต่อย่างใด
ดังนั้น ดาวเด่นสภาสูงในวันนี้อาจกลายเป็นดาวดับในเร็วนี้ๆเพราะประพฤติมิชอบ...เเละขัดจริยธรรม?!?
ดังนั้นเกมทึ่นันทนาขยับนั้น เสียเครดิตไม่น้อยเพราะดำเนินการไม่รอบคอบ (หวังผลจุดพลุการเมืองโดยมิคำนึงวิธีการ/กฎระเบียบ/เเอบลงลายเซ็นคนอื่น?) จนเกิดคำถามว่า “รายชื่อ”ในคำร้องนั้นได้มาเเบบบริสุทธิ์หรือไม่!?!
อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้นันทนาก็เคยด้อยค่า“สว.ขายหมู”จนโดนสอบจริยธรรมโดยคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา หากมีการชี้ว่านันทนา“ขัดจริยธรรม”ในกรณีนี้ นันทนาต้องไปสู้ในชั้นสำนักงานปปช.อีกระลอกเเละไม่รู้ว่านันทนาจะออกมาตีโพยตีพายอะไรอีกในยามนั้น...
อ่านจังหวะเเละเป้าหมายของนันทนาตั้งเเต่รับหน้าที่สว.นั้น คล้ายว่านันทนาต้องการยืนบนจุดที่สปอต์ไลท์“ฉาดฉายส่องถึง“เสมอ (คล้ายๆอาการหิวเเสง..)ตั้งเเต่อาสาตั้งกลุ่มสว.พันธุ์ใหม่โดยเสนอตัวชิงเก้าอี้ประมุขสภาสูง/ชูธงแก้รัฐธรรมนูญเเละกฎหมายอื่นๆ/วางตัวเเละบทบาทหนุนบางพรรคกับประเด็นต่างๆบนลีลาที่เรียกว่า“เล่นเกินค่าตัว”เเละบทสรุปของลีลาเหล่านั้นคือ“สีสันที่มากกว่าสาระ”
หากบางฝ่ายมองว่าการฮั้วสว.คือหนึ่งในน้ำเน่าการเมือง การเเสดงบทบาทของนันทนาในหลากวาระก็น่าจะเป็นสีสันการเมืองเเบบFunny Womanที่ชวนหัวไปตามกิจกรรมซึ่งนันทนาหยิบยกมาเเสดงเพราะท้ายสุดลีลาของนันทนามักจบด้วย“วาทกรรมเเสบๆคันๆตามประสา-ไม่มีอะไรในกอไผ่”.....
ยิ่งมาเจอเคสสว.สามคนมิได้ลงลายเซ็น/สำคัญผิดในสาระสำคัญในคำร้องคราวนี้ ยิ่งไปกันใหญ่สำหรับสว.หญิงฝีปากกล้าคนนี้เเละสุดท้ายนันทนาอาจต้องไปสู้คดีที่เจ้าตัวก่อไว้ก็เป็นได้