เพราะกระเเสคลิปลุงเขมร/หลานไทยในตอนนี้พบว่า ข้อกล่าวหาเเละคดีความคั้่งค้างกำลังไหลบ่าไปยังสร.1ว่ากระทำผิดกฎหมายมากมายเเละอาจเผชิญความหนักหน่วงไม่เเพ้ประมุขจันทร์ส่องหล้า
เเละตอนนี้พรรคอื่นๆกำลังพินิจว่าจะเอาอย่างไรกับกระเเสสังคมที่บีบรัดสร.1 ในตอนนี้ หากมีบางพรรคถอนตัว คะเเนนเสียงฝ่ายรัฐบาลจะลดฮวบ เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ36สส.พรรคประชาธิปัคย์ 21 สส. หากสองพรรคนี้ขอยุติบทบาทในครม.ชุดนี้ เพราะเเท้จริงเเล้วสองพรรคนี้ก็มิใช่ตัวเลือกเบอร์ต้นๆ ในการร่วมครม.ในสายตาของขั้วสีเเดง เหตุที่ดึงสองพรรคนี้มาร่วมนั้นเพียงเพราะยังขาดสส.ราวๆ 57 คนให้เสียงรัฐบาลเกินกึ่งหนึ่งเท่านั้นเอง
เเปลว่าหากสองพรรคนี้ถอนตัว ขั้วของสร.1จะเเปรสภาพเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันทีกับจำนวนพรรคร่วมอื่นๆที่เหลืออยู่ อีกทั้งพรรคประชาชนเเละพรรคพลังประชารัฐก็เเสดงจุดยืนเเล้วว่าไม่ขอไปร่วมฟอร์มครม.กับสร.1คนนี้
หากถามว่าตัวเลขสส.เเละทางเลือกของสร.1จะมีเเค่ไหนบวกกับห้วงเวลาที่บีบรัดเรื่อยๆ ประเมินกันว่า 30 - 45 วันจากนี้คือเวลาที่สร.1ยังพอมีในการยื้อเพื่อทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า เเละจากนั้นเเรงบีบยุบสภา/ลาออกจะทวีหนักขึ้น สมมติฐานว่าการลาออกหรือยุบสภาในเวลาข้างต้น อะไรจะดีกว่ากันนั้น ต้องมองลึกๆ
เพราะเเคนดิเดตสร.1ของขั้วสีเเดงยังเหลืออีกหนึ่งคนคือ ชัยเกษม นิติสิริ (หากเเพทองธารสละสิทธิ์) คือ สิทธิการตั้งรัฐบาลยังอยู่ในมือขั้วสีเเดง เเม้จะเปลี่ยนตัวสร.1ก็ตาม เเต่ยามนี้ถามตรงๆพรรคใดจะหาญกล้าเเตะมือกับขั้วสีเเดงเเม้จะมีโควต้าดีๆเสนอให้ก็ตาม
หรือหากสร.1คนนี้ยังพร้อมยืนเเถวหน้าทำงานต่อ สังคมจะให้เวลาเเละความเชื่อมั่นกับเเพทองธารอีกหรือเพราะกระเเสหลายทิศบีบให้สร.1 พ้นอำนาจเพื่อเล่นเกมใหม่ที่คล้ายจะชัดเเล้วว่า ขั้วสีเเดงจะต้องพ้นจากการเป็นเเกนนำตั้งรัฐบาลเเทบทุกกรณี
วัดใจสร.1เเละทักษิณ ชินวัตรว่าจะเลือกเส้นทางใดกับเวลา 30 - 45 วันที่เหลืออยู่