4.ล้มช้างด้วยกลยุทธ์ลับลวงพราง
ก่อนหน้านี้ มีกรณีจังหวัด"ระนอง" ผู้ใหญ่แบงก์ "สีหนาท สรรพกุล" คนสนิทสส.ภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่า "ธนกร บริสุทธิญาณี" อดีตนายกอบจ.ระนองมาได้ แต่อาจไม่ใช่ล้มช้างตัวใหญ่เหมือน กรณีล่าสุด ขอนแก่น ที่ "เสี่ยกวง" พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานจิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ. 6 สมัยถูกโค่นแชมป์ด้วยน้ำมือ "วัฒนา ช่างเหลา"
"กรณี ล้มช้างเมืองหมอแคน เป็นอะไรที่ชวนให้ขบคิด อย่าลืมว่า วัฒนา ช่างเหลา สลัดสีเสื้อจากภูมิใจไทยเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย เพียงวันเดียวก่อนสมัครรับเลือกตั้ง ในขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยพยายามบอกสังคม ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งเข้าแข่งขัน ทั้งที่ช่วงการหาเสียง วัฒนา สวมเสื้อแดงหาบ่งบอกในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองกลายๆ แม้แต่หลังชัยชนะ ยังมีสส.เพื่อไทย ที่สนิทสนมวัฒนา มาร่วมแสดงความยินดี ตรงนี้ จะอธิบายเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร"
กลยุทธ์ หาเสียงเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย ต่อการสร้างความสับสนในหมู่แฟนคลับ เพื่อไทย และมวลชนเสื้อแดง อย่าลืมว่า "จังหวัดขอนแก่น" มีพื้นที่ขนาดใหญ่มีเขตการปกครองถึง 26 อำเภอ ในอดีตถือเป็นจังหวัด"สีแดงเข้ม" ในการระดมมวลชนเคลื่อนไหวทางการเมือง แถมเป็นพื้นที่มีสส.เพื่อไทยถึง 8 ที่นั่ง จาก 11 ที่นั่ง แต่ทว่าก่อนเลือกนายกอบจ. 6 สส.เพื่อไทย นำโดย "อดิศร เพียงเกษ" ออกมาประกาศสนับสนุน"เสี่ยกวง" ซะงั้น
ในขณะที่แชมป์เก่าอย่าง "เสี่ยกวง" คาดหวังว่า ตนเองมีฐานเสียงการเมืองท้องถิ่นสั่งสมมาตลอด 6 สมัย อีกทั้ง ในช่วงหาเสียง ยังมีรมต.ค่ายสีน้ำเงินมาช่วยหาเสียง ซึ่งมองกันว่า"ครูใหญ่สีน้ำเงิน"คอยหนุนหลัง จึงทำให้นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า เสี่ยกวงมีแต้มต่อเหนือ"วัฒนา"
แต่เหตุปัจจัยของความต้องการอยากเปลี่ยนแปลงในขอนแก่น กอปรกับต้องการคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญ มีการทุ่มหมดหน้าตัก ผ่านกลยุทธ์แดงชนแดงลับลวงพรางแล้ว จึงทำให้ "วัฒนา" โค่นบัลลังก์แชมป์ "นายกอบจ.ขอนแก่น"สำเร็จ
ดังนั้น การลาออกนายกอบจ.ในหลายจังหวัด โดยคาดหวังว่า ลงเลือกตั้งใหม่ ด้วยความคาดหวังจะหวนคืนสู่ตำแหน่งอาจไม่แน่เสมอไป
การเมืองไทยไม่มีอะไรแน่อน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ครั้นจะหาวิธี "คิดใหม่ทำใหม่"เป็นไปได้ในการเข้าวิน หรือคนที่ "คิดผิด ชีวิตเปลี่ยน" ก็มีให้เห็นแล้ว
ฉะนั้น คิดจะเลือกกลวิธีใดลงสนามแข่งขัน ต้องพร้อมรับความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น