ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คนจะสู้พรรคการเมืองอื่น ๆ ได้หรือไม่นั้น นายชัยวุฒิ มองว่า พรรคฯ ไม่ได้มองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องหลัก เพราะพรรคฯ พิจารณาจาผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต ตามแนวนโยบาย และอุดมการณ์ของพรรคฯ มากกว่า ไม่ได้พิจารณาเปรียบเทียบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคการเมืองอื่น แต่ยึดอุดมการณ์ และนโยบายเป็นหลัก
นายชัยวุฒิ ยังระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ถือเป็นกำลังใจ ซึ่งยอมรับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟื้นฟูพรรค แต่คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ก็มีความกดดัน เนื่องจาก มีเวลาเตรียมตัวน้อยหลังได้รับการเลือกจากที่ประชุมพรรคฯ ที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่า จะทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้พรรคเป็นที่คาดหวัง เป็นที่พึ่งของประเทศ และประชาชนในทางที่ถูกที่ควร
ขณะที่ นายสกลธี ภัททิยะกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต ในวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมนี้ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะพิจารณาและรับรองในวันพรุ่งนี้ (18 ม.ค.) พร้อมเปิดเผยว่า ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ 90 เปอร์เซ็นต์จากเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ จากผู้สมัครทั้งหมด 150 คน ซึ่งมาจากแคมเปญ สส.ที่ดีคุณก็เป็นได้นะ หากไม่นับปี 2550 ที่มีผู้สมัครกรุงเทพฯ กว่า 300 คน ครั้งนี้ จึงเป็นรองลงมา แต่มีความคึกคัก แตกต่างจากครั้งก่อนที่มีผู้สมัครหน้าใหม่มาก
นายสกลธี ยังระบุว่า ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ มีทั้งผู้สมัครหน้าใหม่ และเคยชิมลางทางการเมืองจากพรรคการเมืองอื่น แต่มีสัดส่วนผู้มัครหน้าใหม่มากกว่า
ส่วนผลโพลที่พรรคฯ และนายอภิสิทธิ์ ได้รับความนิยมมากขึ้น คาดหวังต่อจำนวน สส.กรุงเทพฯ อย่างไรนั้น นายสกลธี ตั้งเป้าว่า พรรคฯ น่าจะได้ สส.กรุงเทพฯ ประมาณ 10 คนจากผลโพล ณ วันนี้ (17 ธ.ค.) ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่อ่อนไหวกับกระแสทางการเมือง และมีการเปลี่ยนแปลง สส.ตลอดเวลา จากอดีตที่พรรคฯ เคยมี สส.กรุงเทพฯ 30 คน จนไม่ได้รับการเลือกตั้ง โอกาสการพลิกผันในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงมีมาก ซึ่งหลังจากนี้อีก 1 เดือนสถานการณ์ก็อาจเปลี่ยนไปได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน
นายสกลธี ยังเปิดเผยนโยบายสำหรับกรุงเทพฯ ว่า จะเน้นปากท้อง และระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก ซึ่งพรรคฯ มีบุคลากรในการวางนโยบาย และจะแจกคู่มือนโยบายให้ผู้สมัคร สส.แต่ละคน
ส่วนจุดขายที่พรรคประชาธิปัตย์ จะชิงคะแนนจากพรรคประชาชน เพราะมีทั้งนโยบายและฐานเสียงเดียวกับพรรคประชาชนนั้น นายสกลธี ระบุว่า จุดขายที่แตกต่างนั้น พรรคประชาธิปัตย์ เคยมีบุคลากรที่บริหารงานจริงมาแล้ว ทั้งนายอภิสิทธิ์ และนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงตนเองที่เคยเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จะรู้ปัญหา และเคยทำงานจริงมาแล้ว ซึ่งนโยบายแม้จะคลายคลึงกัน แต่ขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติ และต่อยอด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะได้เปรียบ