สำหรับหลักการของเราจะมี 4 เสาหลัก คือ 1.ประชาชนเป็นศูนย์กลาง 2.ต้องไม่เอ็นเอียง ไม่ยึดใครเป็นตัวมั่น โดยเฉพาะเราจะไม่เกาะกลุ่มนายทุน 3.ต้องมีความเป็นกลาง 4.เสรีภาพในการทำงาน
ส่วนนโยบายแรกของพรรค คือ นโยบายการต่างประเทศ แม้จะจับต้องยาก แต่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่เห็นพรรคการเมืองไหนชูธงเรื่องนโยบายการต่างประเทศ หรือการทูตออกมา
“การที่เราเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เราต้องมีเป้าหมายใหญ่ ถ้าประชาชนให้การสนับสนุน ก็จะเห็นและคาดการณ์ได้ว่า เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในช่องทางไหน”
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรคพลวัต เหตุผลเดียวที่จะทำ คือ ต้องเป็นการเมืองที่แตกต่าง พลวัตไม่ใช่แค่การเปลี่ยน แต่จะต้องเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี
ด้าน นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กล่าวว่า หลายคนคงคิดว่าตนและนายกัณวีร์ คงลงพื้นที่หาเสียงด้วยกัน 2 คน ต่างคนต่างถ่ายรูปกันเองลงโซเชียล แต่อยากจะบอกว่าด้วยระยะเวลาที่จำกัด ตอนนี้เราตั้งตัวแทนจังหวัดได้ 35 จังหวัดแล้ว สามารถส่งผู้สมัคร สส.เขตได้ถึง 230 เขต เป็นอย่างต่ำ เราตั้งเป้าหมายที่คาดหวังว่าน่าจะช่วงชิง สส. มาได้อย่างน้อย 97 เขต โดยพรรคพลวัต จะส่ง สส. เขต ไม่ต่ำกว่า 150 เขตแน่นอน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์มีผู้ร่วมสนใจหลังจากที่เราเปิดตัว น่าจะมีอีกหลายคน ก็คงต้องจัดลำดับให้เหมาะสม
พร้อมกันนี้ได้เปิดตัว นายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมงานกับพรรคพลวัต โดยนายอภิสิทธิ์ บอกว่า อยากร่วมงานกับคนดี ซึ่งตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เชื่อว่านายกัณวีร์เป็นคนดี ตนสอนหนังสือมา 20 กว่าปีในสายเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการออกแบบ ที่ผ่านมาก็ทำนโยบายเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เมื่อคืนนี้ถือว่าหมดภารกิจกับพรรคการเมืองเดิม สิ่งที่ตนอยากทำต่อคือเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพียงแต่อยากจะโฟกัสในสิ่งที่มันเห็นจริงจัง ชัดมากยิ่งขึ้นตามคาแรกเตอร์ของตน เช่น การผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ลงไปกับชุมชน เพื่อทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เอาไปทำคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และมีรายได้ในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้คิดว่าจะต้องพรรคเล็กพรรคใหญ่ แค่อยากทำนโยบายที่รู้สึกว่าเข้าไปแล้วทำได้ อย่างน้อยสามารถทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 500 , 800 หรือ 1000 บาท มันคือสิ่งที่จับต้องได้ เป็นไปได้จริง โอกาสนี้จึงอยากฝากถึงประชาชนว่า สิ่งที่เราคุยเอาไว้ก็ควรจะทำให้ได้จริง พร้อมฝากให้นายกัณวีร์ ทำให้มันจริง
เมื่อถามว่า เป็นการดูดอดีต สส. พรรคประชาชน มาหรือไม่ นายกัณวีร์ บอกว่า ไม่อยากให้คิดแบบนั้น ทั้งตน นายอภิสิทธิ์ และนายสุรพันธ์ นั่งพูดคุยกันมา 2 ปีกว่าแล้ว คุยทั้งเรื่องอุดมการณ์การเมืองและการทำงาน เราเห็นการติดชะงักที่ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้ จึงจำเป็นต้องมาร่วมทางกัน
ส่วน นายสุรพันธ์ บอกว่า ตนเป็น สส.เขต 1 จ.นนทบุรี พรรคประชาชน ก่อนจะมาอยู่พรรคพลวัต ก็มีการพูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาชนแล้ว เรียกว่าจากกันด้วยความเข้าใจ และต้องขออภัยพรรคประชาชนที่ต้องสรรหาผู้สมัครใหม่มาแทนตน สำหรับภาระหน้าที่ตอนนี้เป็นรองหัวหน้าพรรคพลวัต ดูแลยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ดังนั้นตนยังลงสมัคร สส.เขต 1 จ.นนทบุรี และเป็นผู้นำให้กับผู้สมัครของพรรคต่อไป เพราะอย่างไรก็ต้องป้องกันแชมป์ และดูแลผู้สมัคร 150 เขตที่จะส่งลงสมัคร คาดว่าหลังจากเปิดตัววันนี้น่าจะมีคนมาร่วมงานอีก
ส่วนการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเริ่มเมื่อไหร่ นายกัณวีร์ บอกว่า ขอให้รอติดตามเร็วๆนี้ แน่นอนว่าแคนดิเดตนายกฯ เราก็ต้องทำให้เต็มที่ ชื่อแรกคือ กัณวีร์ สืบแสง ส่วนอีก 2 ชื่อขอให้รอติดตาม
เมื่อถามว่า ถ้าเกิดไม่ได้เป็นรัฐบาล หรือเป็นรัฐบาลตั้งเป้าจับมือจับพรรคการเมืองไหน นายกัณวีร์ กล่าวว่า ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน ส่วนจะจับมือกับพรรคไหน ถ้าจำได้ผลการเลือกตั้ง 2566 ตนชัดเจนและตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าระบบการเมืองไทยในระบบรัฐสภา พรรคไหนก็ตามที่สามารถรวบรวมจำนวนคนที่เป็น สส.ได้มากที่สุดก็เป็นคนจัดตั้งรัฐบาลได้เลย และในอดีตพรรคประชาชนที่ได้ชวนตนเข้าไปร่วม มองว่าตนเป็นพรรคเดียว แต่ตนสามารถแสดงให้เห็นว่าจะผลักดันเรื่องเสรีภาพในจังหวัดชายแดนใต้ พอมีการเปลี่ยนแปลงพรรคร่วมรัฐบาลสลับข้ามขั้ว ตนรับไม่ได้ จึงยึดมั่นอยู่เป็นฝ่ายค้านจนถึงวันยุบสภา
ส่วนครั้งหน้าเราจะต้องเป็นฝ่ายบริหารให้ได้ โดยพรรคที่ได้อันดับ 1 หากอุดมการณ์ของเราไม่ขัดกัน สามารถคุยกันได้ แต่ถ้าขัดกันโดยสิ้นเชิงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะว่า พรรคการเมืองในประเทศไทยเป็นระบอบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย