นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเราปล่อยไปแบบนี้ สิ่งที่ต่อสู้กันมา 20 ปีจะเหลวเปล่า การที่เขารัฐประหารมาทั้ง 2 ครั้ง สร้างความอยุติธรรมสองมาตรฐาน ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิดแต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด และอีกหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เพราะเขาต้องการให้พรรคการเมืองที่พวกเขาอุ้มชูมานั้นชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฎว่าชัยชนะในการเลือกตั้งยังอยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย
“มีหลายคนมาถามว่าพรรคเพื่อไทยชั่วโมงนี้ยังไหวไหม ก็ยืนยันว่าไหวครับ เพราะหลังพิงเดียวที่พรรคเพื่อไทยมีคือประชาชน พ่อใหญ่ทักษิณ วันนี้เขาก็วิเคราะห์กันว่ามีความพยายามที่จะให้พ่อใหญ่ทักษิณ อยู่ข้างในไม่ให้ออกมาในสนามเลือกตั้ง แต่คนร้อยเอ็ดบอกว่าจะเลือกพรรคการเมืองที่สืบทอดเจตนารมณ์ของนายกฯ ทักษิณ” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ขณะที่ น.ส.จิราพร กล่าวว่า หลังเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ก็มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีและร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อพี่น้องประชาชนหลายด้าน แต่หลายนโยบายหากไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอาจจะไม่ได้สานต่อ เหมือนที่เขาเคยทำการรัฐประหารที่ผ่านมาแล้วยกเลิกหลายนโยบายดีๆ ที่พรรคเพื่อไทยทำเอาไว้ พร้อมยืนยันว่า ครอบครัวสินธุไพร จะไม่มีทางทรยศต่ออุดมการณ์และพี่น้องประชาชนที่เมตตามาตลอด แม้นายนิสิต สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบิดาจะต้องอยู่ในเรือนจำ และถูกบีบคั้นทางการเมืองมากเท่าไร ครอบครัวสินธุไพรก็จะขออยู่สู้เคียงข้างพี่น้องประชาชนและพรรคเพื่อไทย ไม่มีทางทรยศต่ออุดมการณ์เด็ดขาด
น.ส.ชญาภา กล่าวว่า มีคนไปปล่อยข่าวว่าจิราพร และชญาภา สินธุไพร ย้ายพรรคไปอยู่สีน้ำเงินแล้ววันนี้ขอยืนยันเลยว่าเราไม่ทางขายอุดมการณ์และขออยู่กับพี่น้องประชาชนและอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไรเราก็ยังทำตามเจตนารมณ์ที่เคยพูดไว้กับพี่น้องประชาชนคือผลักดันนโยบายยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชน แม้จะเป็นฝ่ายค้านเราก็ทำตามหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ไม่ละเว้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ขอเป็นฝ่ายค้ำที่คอยไปยกมือให้รัฐบาลเหมือนบางพรรคการเมือง