รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมลาดกระบังตรวจระบบจัดการน้ำ
21 พ.ย. 2568 | katchatapong_lee

รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมลาดกระบัง ตรวจระบบจัดการน้ำ สั่งกำชับโรงงานห้ามปล่อยน้ำเสียเข้ากรุงเทพฯ พร้อมฝากจ้างงานในพื้นที่สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง
การเมือง
21 พ.ย. 2568 | katchatapong_lee

รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมลาดกระบัง ตรวจระบบจัดการน้ำ สั่งกำชับโรงงานห้ามปล่อยน้ำเสียเข้ากรุงเทพฯ พร้อมฝากจ้างงานในพื้นที่สร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง
จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง พร้อมด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายพีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยฯ พร้อมคณะที่ปรึกษาเข้าร่วม โดยมี นายประทีป เอ่งฉ้วน รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ปฏิบัติการ 1) และผู้บริหารนิคมฯ ให้การต้อนรับ เพื่อติดตามความพร้อมด้านระบบบริหารจัดการน้ำและมาตรการป้องกันน้ำเสียจากโรงงาน หลังกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและต้องอาศัยการควบคุมอย่างเข้มข้น
สำหรับ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังมีพื้นที่กว่า 2,600 ไร่ เป็นฐานการผลิตของผู้ประกอบการกว่า 280 ราย พร้อมแรงงานเกือบ 5 หมื่นคน และมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ อาทิ ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบพลังงานสะอาด Solar Cell รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสียที่ถูกออกแบบให้ไร้กลิ่น ไม่รบกวนชุมชนโดยรอบ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นย้ำว่า นิคมที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ต้องมี “มาตรฐานสูงกว่าเดิม” ทั้งเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการจัดการน้ำเสีย ซึ่งได้ย้ำว่า ห้ามโรงงานปล่อยน้ำเสียออกจากพื้นที่เด็ดขาด ต้องบำบัดให้ได้มาตรฐานก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกรุงเทพฯ และชุมชนรอบข้าง พร้อมยัง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้คงมาตรการเข้มในการดูแลคุณภาพน้ำ ระบบระบายน้ำในนิคม และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักหรือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้มีน้ำปนเปื้อนหลุดออกนอกพื้นที่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังชื่นชมการบริหารจัดการของนิคมฯ ที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด การดูแลชุมชน และระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ พร้อมฝากข้อเสนอแนะด้านการจ้างงานในพื้นที่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งและช่วยลดปัญหาการเดินทางและจราจรในกรุงเทพมหานคร
“โรงงานอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี ต้องพึ่งพากันได้อย่างยั่งยืน นี่คือโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมในเมืองหลวง” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำ