เนชั่นทีวี

การเมือง

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

20 พ.ย. 2568

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด? จาก "มือที่มองไม่เห็น-อำนาจเก่า" ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน" ชี้ปมลึก ไร้เซเลบ เพราะเจ็บมาเยอะ

20 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่แพ้เลือกตั้งเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2566 ตามด้วยการตัดสินใจตั้ง “รัฐบาลข้ามขั้ว” เป็นต้นมา พรรคเพื่อไทยก็มีทิศทาง “ขาลง” มาโดยตลอด และเจอมรสุมอย่างต่อเนื่อง

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

 

 

ข่าวดีว่าด้วยการกลับประเทศไทยของ “ผู้นำจิตวิญญาณตัวจริง” อย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร พร้อมข่าว “ซูเปอร์ดีล” และต่อมาลูกสาวคนเล็กยังก้าวขึ้นเป็นนายกฯ ซึ่งนับเป็นสายตรงคนที่ 3 ของตระกูลชินวัตร ที่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้

 

 

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

 

แต่ปรากฏว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายลง กระทั่งล่าสุดคาดการณ์กันว่าเลือกตั้งปีหน้า เพื่อไทยอาจจะกลายเป็น ”พรรคต่ำร้อย“

จะว่าไปตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อไทยก็เจอมรสุมมาโดยตลอด เจอรัฐประหารถึง 2 ครั้ง เจอนิติสงครามสอยนายกฯของพรรคไปถึง 6 คน จบไม่สวยแม้แต่คนเดียว

ทักษิณ ชินวัตร - โดนรัฐประหาร แต่ก่อนโดนยึดอำนาจก็ถูกหมากล้อม ”นิติสงคราม“ และ ”ม็อบนอกสภา“ จนแทบขยับไม่ได้

สมัคร สุนทรเวช - ตกเก้าอี้เพราะศาลรัฐธรรมนูญ จากคดีจัดรายการทำกับข้าวออกทีวี

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ - หลุดจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน จากคดียุบพรรคพลังประชาชน เพราะมีกรรมการบริหารพรรคทุจริตเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่นั่งเก้าอี้ได้เพียง 2 เดือน 14 วัน และไม่เคยได้เข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลแม้แต่วันเดียว เพราะโดนม็อบยึด

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร - โดนยึดอำนาจเหมือนพี่ชาย และไม่ต่างกัน ก่อนจะถูกรัฐประหาร ก็โดนบีบจากนิติสงคราม แม้แต่รักษาการนายกฯ ยังทำไม่ได้ พ่ายคดีบนศาลรัฐธรรมนูญไปอีกคน จากกรณีสั่งย้าย คุณถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช.

เศรษฐา ทวีสิน - ประเด็นเป็นผู้นำคนแรกที่หลุดจากตำแหน่งเพราะละเมิดมาตรฐานจริยธรรม ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560

แพทองธาร ชินวัตร - ตกเก้าอี้ตามคุณเศรษฐาไปติดๆ จากศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน และด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน คือ ละเมิดมาตรฐานจริยธรรม เพราะทำลายเกียรติภูมิของชาติจากกรณี “คลิปเสียงฮุนเซน”

เฉพาะนายกฯของพรรคสองคนหลังสุดที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง ถือว่าส่งผลกระทบร้ายแรงกับพรรคมากกว่าครั้งอื่นๆ ที่ผ่านๆ มา เพราะเป็นการตกเก้าอี้ โดยที่ไม่ได้สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เศรษฐกิจก็ไม่ดี เงินหมื่นก็ไม่ได้แจก ทั้งๆ ที่เป็นนโยบายเรือธง จึงไม่ค่อยมีใครเสียดายหรือสงสาร หรือมองว่าถูกกลั่นแกล้งเหมือนอดีตนายกฯคนก่อนๆ ของพรรคที่ตกเก้าอี้ไปก่อนหน้า

พรรคเพื่อไทยอาการออกมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 62 แต่ครั้งนั้นโดนกติกาการเลือกตั้งที่ออกมาสกัดพรรคโดยเฉพาะ มีการใช้กลยุทธ์ “แตกแบงก์พัน” มาสู้กับระบบ และแก้เกมถูกยุบพรรคซ้ำๆ หลายครั้งด้วยการใช้โครงสร้างพรรคแปลกประหลาด คนสำคัญจริงๆ กลับนั่งตำแหน่งไม่สำคัญในพรรค หรือไม่ก็มีตำแหน่งที่พรรคอื่นไม่มี มารองรับตัวบุคคล แต่ตำแหน่งนั้นกลับไม่มีกฎหมายรองรับ

เช่น ตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นต้น

แม้แต่โครงสร้างพรรคในปัจจุบันที่เพิ่งเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่กันไปไม่นาน ก็ยังมีความลักลั่น ขาดๆ เกินๆ อย่างไรพิกล

คำถามก็คือ ชะตากรรมของพรรคนี้ เกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่

- เพราะเป็นพรรคของตระกูลชินวัตร

- เพราะเป็นศัตรูกับกลุ่มอำนาจเก่า จึงโดนราวี

- เพราะลีลาและวิธีการทำงานการเมืองของคุณทักษิณ

- เพราะกลไกนิติสงคราม

- หรือเพราะปัญหาการบริหารจัดการภายในของตัวเอง

ที่น่าสนใจก็คือ คนจำนวนมากมองว่า ชะตากรรมของพรรคนี้ มาจาก ”มือที่มองไม่เห็น“ หรือการต่อสู้กับ ”อำมาตย์ - อำนาจเก่า - และบุคคลชั้นสูง“ ของประเทศไทย

แต่ก็น่าสนใจอีกนั่นแหละว่า ก็ในเมื่อ คุณทักษิณกลับไทยหนนี้ ได้ปวารณาตัวว่าจะกลับมาทำภารกิจ “สกัดส้ม” ให้บางคน บางกลุ่มสมหวัง และก็ทำสำเร็จในเบื้องต้นไปแล้ว

เหตุใดพวกเขายังต้องเผชิญกับสถานการณ์ร้ายแรงดังเช่นปัจจุบัน

 

 

 

 

เพื่อไทยใน “วิกฤต” แซนด์วิช “ส้ม-น้ำเงิน”

 

ทั้งนี้ ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผอ.เนชั่นโพล และผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

 

1.ปัญหาของพรรคเพื่อไทยตอนนี้เป็นปัญหาเชิง “ยุทธศาสตร์การเมืองภาพใหญ่”

 

//เหตุผล //

- เมื่อปักหมุดว่าการเลือกตั้งรอบต่อไปจะเกิดขึ้นต้นปีหน้า ภายใต้ “การเมืองสามก๊ก” กลายเป็นความซับซ้อนในการจัดการมากเกินไป

- แต่ละก๊กต้องทำให้ก๊กคู่แข่งมีพลังในการเลือกตั้งเหลือน้อยลงมากที่สุด

- ก๊กที่มีแนวโน้มอ่อนที่สุดจะโดนก่อน

**เหลียวดู “ก๊กน้ำเงิน” มีแต้มต่อเป็นแกนนำรัฐบาล “ก๊กส้ม” คะแนนนิยมยังสูงอยู่

**สรุปเพื่อไทยอ่อนสุด ท่ามกลางปัญหาประดังทุกด้าน

- พรรคเพื่อไทยเป็นเป้าหมายการจัดการ (โค่น / บอนไซ) ของทั้งพรรคน้ำเงินและพรรคส้ม

**เพื่อไทยเป็น “พรรคกึ่งบ้านใหญ่” ทับซ้อนกับภูมิใจไทย

***เพื่อไทยเป็นพรรคที่มีฐานเสียงฝั่งที่เคยเรียกว่า “เสรีประชาธิปไตย” ทับซ้อนกับพรรคประชาชน

ฉะนั้นจึงเพื่อไทยจึงโดนสองพรรคนี้จัดการ เหมือน “แซนด์วิช” กลายเป็น “ถูกรุมกินโต๊ะทางการเมือง”

 

2.หากแก้เกมไม่ทัน

พรรคเพื่อไทยจะโดนลดศักยภาพในการเลือกตั้งรอบหน้า จนเหลือสถานภาพเป็นแค่ “พรรคอะไหล่” รอเติมเสียงให้พรรคแกนนำรัฐบาลชุดใหม่

- พรรคที่จะเป็นผู้แย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลมีแค่ 2 พรรค คือพรรคน้ำเงินกับพรรคส้ม

 

3.ไปไม่สุด ทำให้โครงสร้างพรรคลักลั่น

- เพื่อไทยเป็นพรรคที่มีตระกูลการเมืองใหญ่คือ “ชินวัตร” ครอบครองมาตลอด

- เมื่อพรรคเผชิญวิกฤต ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นเพราะ “ชินวัตร” จึงพยายามปรับโครงสร้างพรรค ถอดความเป็นชินวัตรออกไป

- แต่ถ้าตัดตระกูลชินวัตรออกไปทั้งหมด ก็จะสูญเสียฐานเสียง “เสื้อแดง” และคนรากหญ้าที่ผูกกับตระกูลชินวัตรมานาน

**ส่งผลทำให้ตระกูลชินวัตรจึงถอนตัวออกไปไม่ได้

- ขณะนี้จึงเกิด “ภาพใหม่” ไม่ให้ขึ้นกับตระกูลชินวัตรเท่านั้น แต่มีส่วนผสมหลากหลาย ถือเป็น “โครงสร้างประนีประนอม”

แต่ก็เป็นโครงสร้างแปลกประหลาด และทำให้คอการเมืองเชื่อไม่ได้ว่าเป็นโครงสร้างที่มีอำนาจบริหารพรรคได้จริง

และเป็น “งูกินหาง” กัดกินความสำเร็จของพรรค หวังชัยชนะจากการเลือกตั้งได้ยากจริงๆ

 

 

 

 

"เพื่อไทย" ไร้เซเลบ เพราะเจ็บมาเยอะ

ขณะที่ ศักดา นพสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ซึ่งเคยร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เคยเป็นอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย

 

ชะตากรรมเพื่อไทย "ใคร" กำหนด?  ซ้ำเจอ "วิกฤต" แซนด์วิช "ส้ม-น้ำเงิน"

 

 

- ถ้าจะอ่านทิศทางพรรคเพื่อไทยจากโครงสร้างบริหารพรรคใหม่ บอกเลยว่า “ไม่ต้องสน”

เพราะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ได้มาเนื่องจากต้องหาหัวหน้าพรรคใหม่ หลังจากคุณอุ๊งอิ๊งค์ต้องหลบแรงปะทะทางการเมือง และลาออกจากหัวหน้า จึงจำเป็นต้องเลือกใหม่ และได้ คุณจุลพันธ์ มาเป็นหัวหน้าพรรค

- เชื่อว่ากรรมการบริหารชุดนี้ต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้งช่วงใกล้เลือกตั้ง

**เป็นเทคนิคป้องกัน “นิติสงคราม” กรรมการบริหารพรรคต้องไม่ลง สส.เขต เพื่อไม่ให้ถูกนำไปโยงกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ถ้ามีการกล่าวหา) แล้วลามถึงพรรค

- การบริหารพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก “เจ็บมาเยอะ” จึงใช้กลยุทธ์ “ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์”

- แต่ “ยุทธศาสตร์หลัก” ของพรรค โดยเฉพาะการกำหนดตัวแคนดิเดตนายกฯ และแผนการเลือกตั้ง รวมถึงการจัดคนลง สส. ยังอยู่ที่ “ผู้นำจิตวิญญาณ” แกนนำสายชินวัตร และคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งได้รับมอบหมายเป็น ผอ.เลือกตั้งของพรรค