ส่วนการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลวานนี้ ได้ยืนยันกับพรรคร่วมหรือไม่ ว่าไทม์ไลน์การยุบสภายังเป็นไปตาม MOA
นายภราดร ระบุว่า ไทม์ไลน์ยังเหมือนเดิม เดดไลน์คือ 31 มกราคม 2569
เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 เสียงรัฐบาลจะพอหรือไม่ เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือ รัฐบาลทำใจไว้แล้วว่าจะแพ้
นายภราดร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีประกาศแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย มีเสียงเพียง 140 กว่าเสียง ดังนั้นถ้าไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา ก็ไม่สามารถชนะโหวตได้ รวมถึงญัตติใหญ่ หรือ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ดังนั้นเมื่อถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โอกาสที่จะไปพลิกชนะเสียงไม่ไว้วางใจคงเป็นไปไม่ได้เลย แต่ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า การจะไม่ไว้วางใจจะต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงจะล้มรัฐบาลได้ ซึ่งต้องไปดูช่วงนั้นว่าถ้ามีการเปิดญัตติแล้ว จะมีเสียงลงมติเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือไม่
ส่วนได้ประเมินหรือไม่ ว่าพรรคประชาชนที่ร่วมทำ MOA จะอุ้มรัฐบาลต่อไป
นายภราดร บอกว่า ตนไม่ทราบว่าพรรคประชาชนมีความคิดแบบไหน เป็นสิทธิ์ของสมาชิกแต่ละคน แต่เชื่อว่าหากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตราา 151 รัฐบาลที่เพิ่งทำงานมาได้ไม่นาน ประมาณ 47 วัน ยังไม่มีเรื่องทุจริต หรือ เรื่องคอร์รัปชันแน่นอน
สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่ประเด็นมีคนสีเทาอยู่ในรัฐบาล
นายภราดร กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะเห็นอย่างไรแล้วไปอภิปรายในสภา เช่นเดียวกัน คณะรัฐมนตรีก็มีสิทธิ์ชี้แจง ท้ายที่สุดแล้วคนตัดสินคือ สส. และ ประชาชน ที่รับฟังอยู่ทางบ้าน ที่จะได้ฟังทั้งฝ่ายกล่าวหา และฝ่ายชี้แจง
นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการจับตา ว่า จะมีเสียงจากฝ่ายค้านอื่น ที่ไม่ใช่จากพรรคประชาชนมาสนับสนุนรัฐบาลด้วย ว่า นี่ยังไม่ได้ยื่นอภิปราย ยังไม่มีแม้กระทั่งการยื่นญัตติด้วยซ้ำ อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องการลงมติ รอให้มีญัตติก่อนแล้วค่อยว่ากัน