เนชั่นทีวี

การเมือง

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

16 พ.ย. 2568

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" บริหารผิดพลาด ปล่อยบุคลากรเอี่ยว "ทุนเทา" พร้อมจี้ "นายกฯ" เร่งถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์" ติงเดินเกมเวทีโลกช้า ทำไทย "เสี่ยงเสียดินแดน"

16 พฤศจิกายน 2568 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อม น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พท. เปิดใจถึง กรณีพรรคเพื่อไทย พร้อมยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเองเลยหรือไม่ ว่า ตอนนี้จากที่ได้มีการแถลงมาและบุคลากรในพรรคได้มีการสื่อสารไปแล้ว ขณะนี้มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม คิดว่ารอเปิดสมัยประชุมสภาฯจะมีความพร้อมแน่นอน 

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการร่างญัตติ การรวบรวมรายชื่อ และแนวโน้มจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีกี่คนเป็นอย่างไรบ้าง 

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการรวบรวมรายชื่อภายในพรรค ไม่น่ามีปัญหาอะไร และจะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ใครบ้างส่วนจะยื่นใครบ้างนั้นอย่างน้อยๆ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำสูงสุดก็ต้องมีความรับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีคนอื่น รอดูตามความเหมาะสม 

เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะให้สมวัตถุประสงค์ จะล้มเก้าอี้ได้ เสียงฝ่ายค้านเพียงพอที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้หรือไม่ 

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ถ้านับดูตัวเลขแล้วเพียงพอ แต่ต้องรอดูสัญญาณหลายๆ ด้าน ตนคิดว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ ออกมาทั้งสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสื่อสารและสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นได้สื่อสาร เห็นได้ค่อนข้างชัดว่ารัฐบาลนี้มีการบริหารที่ผิดพลาดจริงๆคิดว่าตรงจุดนั้น รอดูความชัดเจนและความจริงใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะร่วมมือกันหรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวที่พูดว่ารัฐบาลนี้บริหารงานผิดพลาดอย่างไร หลายพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ออกมาสื่อสาร ในหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องเงินสีเทา เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาจะโหวต เราก็รอดูว่า พรรคนั้นเวลาพูดอย่างหนึ่ง เวลากระทำในสภา จะเป็นอย่างไร พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคนมองเห็น ว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาด

 

 

เมื่อถามย้ำว่า มีการพูดคุยกับพรรคประชาชน ในเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือยัง 

นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้คุยนอกรอบไปแล้ว แต่ตนยังไม่มีเวลาพูดคุยกับนายจุลพันธ์ แต่แนวทางน่าจะเห็นตรงกันอย่างที่บอกว่า ทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการสื่อสารออกมาตรงกันหมด ว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาดอย่างไรอย่างไร ปล่อยให้บุคลากรบางคนในรัฐบาล มีความเกี่ยวโยงกับเงินสีเทาอย่างไรบ้าง ตนเชื่อว่าทุกพรรคมีข้อมูลแน่นอยู่แล้ว แต่เราจะประสานงานอย่างไรเพื่อให้การดำเนินงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็รอดู

 

 

ส่วนพรรคประชาชนมีการแบ่งรับแบ่งสู้ โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย 

นายศึกษิษฏ์ บอกว่าเป็นการแสดงความจริงใจของพรรคประชาชน ก็ต้องรอดูว่าเขาจริงใจต่อการสื่อสารในสิ่งที่เขาสื่อสารหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอก ทาง สส.และบุคลากรหลายคนของพรรคประชาชน ก็ออกมาสื่อสารชัดเจน ว่ารัฐบาลนี้ทำงานผิดพลาดอย่างไร บุคลากรและรัฐมนตรีหลายท่านมีความเกี่ยวโยงกับทุนสีเทาอย่างไร ต้องรอดูว่าเมื่อท่านพูดออกมาแล้ว การกระทำจะทำตามสิ่งที่พูดออกมาหรือไม่

 

 

สำหรับเรื่องโพลสำรวจความนิยมของความนิยมพรรคเพื่อไทย ที่ยังตามพรรคประชาชน เช่น ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีวิธีผลักดันอย่างไรให้ได้รับความนิยมแบบในอดีต

 

นายศึกษิษฏ์ มองว่า มีหลายๆ เรื่อง ที่ผ่านมามีการแถลง ทั้งเรื่องการยกเครื่องของพรรค การสื่อสารของพรรคเพื่อไทยก็มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค และที่สำคัญตัวนโยบายและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันหากมีการเปิดตัวทั้งสองเรื่องดังกล่าวนี้ เชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยกลับขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน 

 

 

 


เพื่อไทย จี้ นายกฯ เร่งถก “สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์” ติงเดินเกมเวทีโลกช้า ทำไทยเสี่ยงเสียดินแดน


นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงประเด็น เกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเวทีโลก สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยชี้ว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และมีสิทธิในการตอบโต้อย่างมีสัดส่วนเมื่อประเทศถูกรุกล้ำ โดยอ้างอิงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาได้ทำงานกับฝ่ายความมั่นคงในการตอบโต้การรุกล้ำอธิปไตย และยังย้ำว่าไม่ใช่เรื่องจริง กรณีกระแสข่าวการสั่งหยุดยิงในรัฐบาลยกชุดก่อน ชี้แจงว่ารัฐบาลเพื่อไทยมีการรวบรวมพันธมิตรประเทศต่างๆเพื่อเดินเกมบนจุดสมดุลระหว่างอธิปไตยและเศรษฐกิจ จนนานาประเทศทั่วโลกพร้อมรับฟังและสนับสนุนประเทศไทยเอาโลกมาล้อมคู่กรณี

 

โดยชี้ว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในการบริหารจัดการของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย แต่คำพูดที่สับสน ไม่มีวุฒิภาวะของนายกรัฐมนตรีและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย

และบางคำอาจเป็นเหตุสุ่มเสี่ยงให้เกิดการเสียดินแดน ผลักพันธมิตรออกห่าง ไม่สนใจหาแนวร่วมทางการทูต จนประเทศไทยเสียเปรียบ ในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี   ปล่อยให้กัมพูชาติดต่อมาเลเซียกับสหรัฐอเมริกาได้ก่อนเรา

ส่วนฝ่ายเรานั่งรอให้เขาติดต่อมา พรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางตั้งแต่หลังเกิดเหตุให้นายกรัฐมนตรีเร่งพูดคุยกับสหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลักดันและเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิง และใช้กรอบกลไกนานาชาติต่างๆ

เพื่อนำข้อมูลของประเทศเราออกไปก่อน แสดงให้โลกรู้ว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง แต่เป็นกัมพูชาที่เป็นคนฉีกกติกา ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมกดดันกัมพูชาเหมือนที่เราเคยทำ

 

นายศึกษิษฏ์ กล่าว ผลจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นอกจากการเผชิญหน้ากับกัมพูชาแล้ว ยังเจอแรงกดดันจากอเมริกา ทั้งที่สามารถรับมือ กับสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ โดยไม่เปิดช่องให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยหยิบยกมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศกว่า 3 ล้านล้านบาท และประชาชนหลาย 10 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ เสียหายทั้งด้านอธิปไตยและเศรษฐกิจ และความร่วมมือในการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกร่อนประชาชนคนไทย อย่างเรื้อรังยังคงติดค้างอยู่ พรรคเพื่อไทยจึงตั้งคำถามไปยังประชาชน และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้กระทำ นับเป็นความผิดพลาดเพียงพอที่จะไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่

 

 

"เพื่อไทย" เดินหน้าแก้ รธน.เต็มที่ ยันไม่มีเจตนาเตะถ่วง 

ทางด้าน น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พท. แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. .... รัฐสภา ว่า ได้พิจารณาไปแล้ว 14 มาตรา จาก 30 กว่ามาตรา ซึ่งการแก้ไขในครั้งนี้เพื่อจะเดินหน้าไปสู่การทำประชามติ และเปิดทางยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนที่เราทุกคนปรารถนา อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า กมธ.เสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.สัดส่วนพรรค พท.ที่เสนอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เข้าไปทำหน้าที่ แม้ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรค พท.จะถูกตีตกไปในวาระที่ 1 แต่เรายังเห็นความสำคัญของการมี ส.ส.ร. เพราะเชื่อว่าส.ส.ร. นั้น จะใช้ผูกพันกับประชาชนเพื่อที่จะสะท้อนความหลากหลายของสังคมโดยจะมีบทบาทที่จะกำกับ ตรวจสอบ ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ที่มาทำหน้าที่เป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ 

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

"เพื่อไทย" พร้อมยื่น "ซักฟอกรัฐบาล" ปมเอี่ยว "ทุนเทา" จี้ "นายกฯ"ถก "สหรัฐฯ-จีน-มาเลย์"

 

 

น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ส.ส.ร.ยังเป็นกลไกที่สาธารณชนคุ้นเคย เพราะเราเคยมีตัวอย่างการทำงานที่ชัดเจนของส.ส.ร. จากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 แล้ว เพราะเป็นกระบวนการที่สร้างการมีส่วนร่วมและได้รับการยอมรับอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ รูปแบบส.ส.ร. ที่พรรค พท.เสนอจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระและไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาใด รวมถึงจะเป็นการลดข้อกังขาว่ามีการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเพื่อประโยชน์ของกลุ่มการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ของส่วนรวม 

 

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของพรรค พท.ในการที่จะจัดตั้งส.ส.ร. ซึ่งเราได้ผลักดันมาตั้งแต่ต้นไม่อาจผ่านความเห็นชอบในชั้น กมธ.ได้โดยเสียงข้างมากที่ลงมติให้ใช้กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญเพียงระดับเดียว

ซึ่งจะประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 35 คนที่จะถูกเลือกโดยรัฐสภาคือ สส.หรือ สว. ไม่ใช่ประชาชน โดยสส. หรือ สว.จะต้องเข้าชื่อกัน 20 คน เพื่อเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 1 คนหรือที่เราคุ้นกันว่า 20 หยิบ 1 และจะมีกมธ.รับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญอีก 1 คณะ

ซึ่งจะประกอบไปด้วยสมาชิกจำนวน 35 คนที่รัฐสภาเป็นคนคัดเลือกในบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่มีความยึดโยงกับประชาชนแต่อย่างใดแต่ถูกเลือกโดยรัฐสภา 

 

น.ส.ขัตติยา กล่าวอีกว่า ตนและกมธ.ในสัดส่วนของพรรค พท.มีความกังวลต่อที่มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และกมธ.ในการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะ กมธ.ชุดนี้ควรจะสะท้อนความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะบุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีที่มามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมของประชาชนแต่อย่างใด 

 

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้า กมธ.สัดส่วนของ พรรค พท.เราจะยังผลักดันและปรับให้มีที่มายึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุดเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด รวมถึงเราจะทำหน้าที่ป้องกันในการจัดตั้งของกลุ่มการเมืองให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของข้อกล่าวหาที่บอกว่า กมธ.ในสัดส่วนของพรรค พท.พยายามถ่วงเวลาในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้การพิจารณาล่าช้าและตั้งใจให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลวนั้น  เป็นข้อมูลที่บิดเบือนความเป็นจริงอย่างชัดเจน เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรค พท.ต้องการที่จะถ่วงเวลา หากเราทราบถึงอดีตและประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าพรรค พท.เราจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาก่อนที่จะมีการตั้งปี 2566 อีก 

 

ส่วนกระบวนการที่ล่าช้านั้น ตนอยากตั้งคำถามไปว่าเป็นเพราะพรรคการเมืองพรรคบางพรรคต้องการที่จะใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัวประกันเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายหรือไม่

และย้ำว่าหากเรากลับไปดูประวัติการเมืองไทยทุกคนจะเห็นว่าไม่มีพรรคใดที่ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เท่ากับพรรค พท. แต่เราไม่ได้ต้องการให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศและคนไทยทุกคน

 

น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นและผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยไม่ย่อท้อและเราเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญมาโดยตลอดเพื่อให้กระบวนการต่างๆ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทันตามกรอบเวลาเอ็มโอเอระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เพื่อจะสามารถทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น  

 

ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องทุกฝ่ายอย่างจริงจังและจริงใจให้ร่วมกันแก้ไขกติกาที่สำคัญของประเทศนี้ในโอกาสที่จะมาถึงในครั้งนี้และขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาที่ประกาศว่าตัวเองมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่าใคร ช่วยให้ความสำคัญและเรียกร้องความรับผิดชอบต่อพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกรัฐสภาที่เกี่ยวข้องในฐานะที่มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญแลกกับการไว้วางใจ เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกุล มาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียงข้างน้อยในครั้งนี้ ขออย่าข้อตกลงนั้นกลายเป็นความสูญเปล่าและสร้างความผิดหวังให้กับประชาชนคนไทยทุกคนอีกครั้ง

 

น.ส.ขัตติยา กล่าวด้วยว่า สำหรับบรรยากาศการพิจารณาในชั้นกมธ.เป็นไปด้วยดี พรรค พท. และพรรคประชาชน (ปช.) มีความคาดหวังว่า จะพิจารณาให้แล้วเสร็จ เพื่อเปิดการประชุมสมัยวิสามัญ ก่อนที่จะเปิดการประชุมสมัยสามัญ ย้ำว่า เราพยายามจะร่างหรือแก้ไข โดยที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด แต่น่าเสียดายคือ กระบวนการที่จะมี ส.ส.ร.ถูกยกเลิกไป ดังนั้น ส่วนที่จะสามารถทำได้ผ่านการคัดสรรของรัฐสภาจะดึงประชาชนมาอยู่ในสมการนี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งบรรยากาศของพรรค พท. และพรรคประชาชน กำลังเป็นไปแบบนี้ แต่ กมธ.ประกอบไปด้วย สว. และพรรคภูมิใจไทยด้วย ดังนั้น การมีส่วนร่วมของประชาชน จึงคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก สว. และพรรคภูมิใจไทย

 

 

มื่อถามว่า ประเมินแนวโน้มจะผ่านวาระ 3 หรือไม่

 

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ประเมินว่าผ่านวาระ 3 ได้ แต่สุดท้ายแล้วจำเป็นต้องได้รับเสียงจาก สว. ด้วย