ส่วน กกต.ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ที่เป็นบริวารนั้น นายอัครวัฒน์ บอกว่า ตนเตรียมจะฟ้อง เพราะเป็นเครื่องมือในการไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานในสำนวน พร้อมยืนยันว่า คดีฮั้ว สว. ที่ตนยื่นฟ้องกับ ประธาน กกต.และ กกต.รวมทั้งเลขาธิการ กกต.ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นคดีที่ 2 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเปรียบเทียบกับ กกต.ในอดีตที่ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี
นายอัครวัฒน์ ได้ขอบคุณคณะผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่ให้ความเป็นธรรมแก่ตนและคณะที่ยึดมั่น ความยุติธรรม เที่ยงตรง ปราศจากอคติทั้งปวง ในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ที่รับคดีไว้พิจารณาไต่สวนมูลฟ้อง พร้อมยืนยันว่า ตนมีพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ ที่จะเข้าสู่สำนวนจำนวนมาก โดยจะหมายเรียกพยานเอกสารในสำนวนคดี ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เข้ามาในสำนวนเพี่อให้ศาลตรวจสอบว่า กลุ่มจำเลยนี้ ได้กระทำอะไรไว้กับแผ่นดินไว้บ้าง จะเอาให้ติดคุกให้ได้
.
ส่วนคดีที่กลุ่มสภาเที่ยงธรรมและ สว.สำรองบางท่าน ไปยื่นฟ้อง แต่ศาลไม่รับไว้พิจารณานั้น นายอัครวัฒน์ เห็นว่า เพราะกลุ่ทไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่มีส่วนได้เสียกับคดีโดยตรง ซึ่งตนไม่ขอออกความเห็น แต่แง่คดีแตกต่างจากคดีของตนที่ฟ้อง 2 กรรม เพราะการตั้งฟ้องในการบรรยายฟ้อง โดยตนเองเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดี กกต.ประวิงคดี ทำให้ตนได้รับความเสียหาย
ส่วนที่มีกระแสข่าวล่าสุด มีพยานบุคคลบางปาก ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กลับคำให้การนั้น นายอัครวัฒน์ บอกว่า เป็นคนละส่วนกันกับคดีที่ตนยื่นฟ้อง โดยพยานหลักฐานในคดีที่ กกต.สืบสวนและไต่สวน ชุด 26 พยานหลักฐานคนละส่วนกัน ไม่อาจมาหักล้างในคดีฮั้ว สว.ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานนอกสำนวนกับคดีที่ กกต.ไต่สวน ไม่มีผลกระทบเนื้อหาในคดี