พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 8 ได้บัญญัติการชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือให้การบริการสถานที่ (1)สถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ (2) สถานศึกษา
พื้นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถานศึกษา ไม่อาจจัดทำการชุมนุมในที่สาธารณะได้ แม้จะเป็นพื้นที่รโหฐาน หรือพื้นที่สาธารณะ ในวันเปิดและปิดทำการ เป็นข้อห้ามในการอนุญาตให้ชุมนุมสาธารณะเพราะไปรบกวนการเรียนการสอน
แต่การจู่โจมและเล็งเป้าหมาย โดยใช้สื่อบางสำนักเป็นเครื่องมือ ว่า นายอภิสิทธิ์ฯจะตอบคำถามไม่ได้ ประณามว่า มีคดีติดตัว โดยวิธีการจู่โจมและอาศัยสถานะนักศึกษาพุ่งเป้าโจมตีประหนึ่งว่า เรียกร้องความเป็นธรรมให้เสื้อแดง โดยเชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชนปี 2553 นั้น สถานที่การศึกษา แม้คลาสที่นายอภิสิทธิ์ฯ บรรยายพิเศษใช้การบรรยายแบบเปิด ล้อมโต๊ะ แต่ให้รับฟังได้ เฉพาะนักศึกษาปริญญาเอกเท่านั้น ยังถือว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่รโหฐาน มิใช่พื้นที่สาธารณะ ไม่ได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปรับฟังได้
กลุ่มนักศึกษารุกเข้าไปพุ่งเป้าเปิดการโจมตีด้วยคำพูดและใช้ถ้อยคำถามในเชิงถากถาง โดยมิมุ่งเรียกร้องความเป็นธรรมหรือสอบถามความคืบหน้าทางคดี มิใช่การชุมนุมประท้วงโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่เป็นวิธีเยี่ยงโจร ลักษณะประจาน เพื่อทำลายชื่อเสียง มากกว่าจะสอบถามด้วยความเป็นธรรม ทำให้การบรรยายพิเศษต้องหยุดชะงักและล้มเลิกกลางคัน
การพูดจาโต้เถียง ในปมประเด็นนายอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชน กลุ่มเสื้อแดง ปี 2553 เมื่อนายอภิสิทธิ์ฯได้ตอบคำถามปฏิเสธและขอดูพยานหลักฐาน แต่เมื่อผู้ถามใช้คำถามในเชิงรุก ว่า “เป็นความเชื่อ”ของตน โดยมิได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย จึงเป็นกระทำเกินขอบเขตอำนาจกฎหมาย เป็นการกระทำโดยจงใจกระทำละเมิดต่อนายอภิสิทธิ์ ฯ แม้นายอภิสิทธิ์จะถือว่า เป็นบุคคลสาธารณะก็ตาม
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะการใช้ “ความเชื่อ” เป็นฐานในการประท้วง ประจาน ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานกฎหมายในการร้องขอความเป็นธรรม โดยกล่าวหาว่ามี “คดีติดตัว” แต่เป็นการ “จงใจ” ประจานให้นายอภิสิทธิ์เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง เพราะเล็งเห็นว่า สื่อจะต้องเผยแพร่คลิปต่อสาธารณะอย่างแน่นอน
พูดภาษาชาวบ้าน คือ ใช้สื่อเป็นเครื่องมือทำลายชื่อเสียง โดยไม่ได้เรียกร้องความเป็นธรรม แต่มีเจตนาประจานให้นายอภิสิทธิ์ฯ ได้รับความเสียหาย โดยไม่มีกฎหมายรองรับให้กระทำได้
ในแง่มิติทางการเมือง ปรากฏการณ์ทางการเมือง ก่อนยุบสภากระแสการเมืองร้อนแรง การทำลายล้างทางการเมืองเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น ในพรรคการเมืองคู่แข่ง ดังจากเห็นการเรียกร้องความรับผิดชอบในอดีตของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนำข้อเท็จจริงในอดีต โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า “จริง”หรือ “เท็จ”
ผ่านวาทะกรรมทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น “อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน” หรือการนำข้อเท็จจริงคลิปเสียงระหว่างสมเด็จฮุนเซน กับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ว่า “ขายชาติ” เพื่อนำมาทำลายล้างอีกฝ่ายหนึ่ง
รวมถึง นำคำว่า คำว่า “ทุนเทา” “ทุนสแกรมเมอร์” ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง “ไม่มีเทา ไม่มีเรา” ไม่ต่างจากไม่มีลุง ไม่มีเรา ต่างฝ่ายต่างเริ่มหยิบมาทำลายล้างคู่แข่งอีกฝ่าย เพื่อเหยียบหัวคนอื่นแล้วสร้างคะแนนนิยมให้แก่พรรคของตนเอง ล้วนเป็นการเล่นนอกเกมทั้งสิ้น
กรณีนายอภิสิทธิ์ ขณะทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษในการบรรยายพิเศษ กลับใช้โอกาสนี้ ทำลายล้างทางการเมือง โดยผู้ชุมนุมใช้ความเชื่อของตนในการประท้วงหาความเป็นธรรม เป็นการใช้เยาวชนนักศึกษาเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดและทำลายล้างทางการเมืองนั้นเอง
การชุมนุมเรียกร้องในที่สาธารณะพื้นที่สถานศึกษาเป็นสิ่งที่กฎหมายห้าม โดยการเรียกร้องในขณะนายอภิสิทธิ์ฯทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับเชิญในรั้วสถานศึกษา ขณะทำการบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอก แม้เป็นพื้นที่สิทธิเสรีภาพทางวิชาการ แต่มิใช่พื้นที่หรือเวทีในการเรียกร้องความเป็นธรรม หากผู้ชุมนุม เป็นนักศึกษาจริง แต่อยู่ในหลักจรรยาบรรณและระเบียบวินัยของนักศึกษาที่สถาบันการศึกษาจะต้องกำกับควบคุมฝ่ายบริหารสถาบันการศึกษามิให้นักศึกษาเหล่านั้นใช้สิทธิหรือเสรีภาพตามอำเภอใจ ไร้ขอบเขต และรุกล้ำสิทธิ์บุคคล