เมื่อถามถึงการลงนามร่วมกับกัมพูชา จะเริ่มเคลียร์พื้นที่ชายแดนได้เมื่อไร
นายกฯ กล่าวว่า ทางกองทัพมีการประสานงานกันอยู่ โดยจะเริ่มดำเนินการทันที ซึ่งรายละเอียดขอให้ไปถามรองเสนาธิการทหาร ที่เป็นหัวหน้าทีมเจรจาของกองทัพ ซึ่งท่านทำงานเข้มแข็ง เป็นทีมเวิร์คที่ดีกับฝ่ายของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่มาของการลงนามในวันนี้
ส่วนได้มีโอกาสคุยกับ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แบบสองต่อสองด้วยหรือไม่
นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยแบบสองต่อสอง แต่วันนี้หลังจากที่เราได้ลงนาม ก็คิดว่าคงจะต้องมีการพูดคุยกันมากขึ้น เพราะแต่ละประเทศต้องพยายามให้การปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อยู่ในปฏิญญา ได้รับการปฏิบัติโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การยกระดับของสถานการณ์ ให้เกิดความเป็นสันติภาพให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า ถือเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับกัมพูชาใช่หรือไม่
นายอนุทิน ระบุว่า ยัง ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ซึ่งจากปฏิญญาและการพูดคุยของทีมเจรจา จะมีขั้นตอนที่กัมพูชาต้องปฏิบัติตามลำดับ หากฝ่ายไทยประเมินว่าเรียบร้อยแล้วก็จะดำเนินการต่อตามลำดับ ควบคู่กันไปกัน
เมื่อถามว่า ถือว่าความขัดแย้งทางชายแดนจบไปแล้วหรือไม่
นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องปฏิบัติก่อนตามเงื่อนไข
ส่วนความมั่นใจในการลงนามครั้งนี้ เงื่อนไขต่างๆจะได้รับการตอบสนองแค่ไหน
นายอนุทิน กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้มีสักขีพยาน มีผู้ประสานงาน และเป็นการลงนามระหว่างการประชุมสูงสุดของอาเซียน ซึ่งประธานอาเซียนคือ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลงนาม ในฐานะสักขีพยาน เปรียบเสมือนว่าการจะบรรลุเงื่อนไขปฏิญญาครั้งนี้ ทำภายใต้การรับรู้รับทราบของประชาคมอาเซียน
อีกทั้งยังมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย เท่ากับว่าทั่วทั้งโลกรับรู้ถึงข้อตกลงครั้งนี้ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี ถ้าหากเป็นเราก็คงไม่กล้าทำอะไรที่นอกเหนือหรือไม่ปฏิบัติตาม