นางสาวธีรรัตน์ ยังได้โต้งแย้งว่า ตำแหน่งที่มีการโยกย้ายของในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้เป็นตำแหน่งเกษียณ สวนทางกับการอยู่ในตำแหน่ง 4 เดือนตามที่รัฐบาล ดังนั้น จึงต้องการสอบถามว่า อธิบดีที่อยู่โยกย้ายนั้น ได้กระทำเรื่องใดผิด และรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ดำเนินการปราบไปแล้ว และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้กลับมาใหม่แล้ว
นายศักดิ์ดา ได้ปฏิเสธว่า ตนเองไม่เชื่อว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หมด 100% แล้ว แต่ยืนยันว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหมือนเดิม จึงขอให้พรรคเพื่อไทยกลับไปทบทวนใหม่ รวมถึงฮุนเซน ซึ่งตนไม่อยากอธิบายว่า ใครสนิทกับฮุนเซน หรือใครรู้จักเขมร เพราะไม่เกิดประโยชน์ จึงขอให้พูดถึงประโยชน์ประชาชน เรื่องปากท้องมากกว่า เพราะหากจะพูดถึงประเด็นทางการเมือง ประชาชนก็จะไม่ได้ประโยชน์
ส่วนการโยกย้ายข้าราชการนั้น นายศักดิ์ดา ได้ย้ำว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในสมัยที่นางสาวธีรรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยฯ เหมือนตนเอง ก็มีการโยกย้ายเช่นเดียวกันถึง 3 ครั้ง ซึ่งตนไม่กล่าวหาว่าใครผิดใครถูก แต่การโยกย้ายข้าราชการมีคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม และเชื่อว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ลงนามโยกย้ายในครั้งนั้น มีเหตุผล และการโยกย้ายครั้งนี้ ก็เชื่อว่า มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์แต่ละครั้งเช่นเดียวกัน จึงขออย่าไปรื้อฟื้น เพราะอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ที่จะเกษียณอายุราชการอีกเพียง 2 เดือน และถูกเด้งไปเป็นผู้ตรวจข้าราช อดีตอธิบดีจะเสียกำลังใจหรือไม่ และการโยกย้าย เป็นเรื่องปกติ ที่มีกฎเกณฑ์ หากข้าราชการถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ผู้กระทำก็มีโทษถึงจำคุก พร้อมมองว่า การนำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีกัน จะไม่เป็นประโยชน์
นายศักดิ์ดา ยืนยันว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาเขมร รัฐบาลปัจจุบัน จะทำได้ดีกว่ารัฐบาลก่อนแน่นอน จะมีเพียงการต่อสู่ เพื่อรักชาติ รักอธิปไตยของคนไทย ไม่มีลุง ไม่มีนายทุนแน่นอน