วิเคราะห์สูตรคำนวณโหวตร่าง รธน. ของ 3 พรรค ผ่าน-ไม่ผ่าน
15 ต.ค. 2568 | prisana_tha

วิเคราะห์สูตรคำนวณโหวตร่าง รธน.ของ 3 พรรค “ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย” ผ่าน-ไม่ผ่าน ต้องใช้เสียง สส.-สว.เท่าไหร่ ในวาระ 1-3
การเมือง
15 ต.ค. 2568 | prisana_tha

วิเคราะห์สูตรคำนวณโหวตร่าง รธน.ของ 3 พรรค “ภูมิใจไทย-ประชาชน-เพื่อไทย” ผ่าน-ไม่ผ่าน ต้องใช้เสียง สส.-สว.เท่าไหร่ ในวาระ 1-3
15 ตุลาคม 2568 ในการประชุมสภา เพื่อแก้ไขร่าง รธน. จะมีการโหวตผ่าน - ไม่ผ่าน ร่างแก้ไข รธน. ของ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทย ประชาชน และเพื่อไทย
- วาระ 1 คือ เสียงข้างมาก หมายถึง เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา จำนวน 347 เสียง (สส.492 + สว. 200 = 692) ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างน้อย มี 146 เสียง พรรคประชาชน มี 143 เสียง และพรรคเพื่อไทยมี 130 กว่าเสียง
หากวิเคราะห์คณิตศาสตร์ทางการเมือง ฝ่ายรัฐบาลผสม มีเพียง 146 เสียง จับมือกับ สว.ขั้วสีน้ำเงิน (ว่ากันว่ามีประมาณ 160 เสียง) รวบรวมเสียงได้เพียง 306 เสียง แต่ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่ง หากพรรคประชาชน ไม่โหวตเสียงให้ จะทำให้ร่างนั้น คว่ำตกไปในทันที
เพราะในวาระ 1 วาระ 2 และ วาระ 3 ตาม รธน. มาตรา 256(3) (4) (6) เป็นเงื่อนไขหลัก ในการแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ฉบับแก้ไขยากต้องมติสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมาก
ส่วนในวาระ 1 และวาระ 3 ต้องใช้มติ เสียง “สว.” หนึ่งในสาม หรือ จำนวน 67 คน
หากผ่านร่างพรรคประชาชนและร่างพรรคภูมิใจไทย รวม 2 ร่าง ในวาระ 1 เพื่อนำไปปรับแก้ให้สมดุลและบูรณาการระหว่างกัน ในชั้นตั้งกรรมาธิการร่วมของสองสภา ย่อมสามารถนำไปปรับแก้ไขร่างได้ เพื่อให้เหลือเพียงร่างหลัก 1 ร่างเท่านั้น
แต่จะมีปัญหาในวาระ 2 หากร่างของพรรคประชาชน ไม่ได้ถูกนำมาเป็นส่วนร่วมของร่างหลักของพรรคภูมิใจไทย จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสียงไม่พอ โอกาสถูกคว่ำร่างนั้นเป็นไปได้สูง
-ฝ่ายค้าน จะต้องพึ่งพิง ทั้งเสียงข้างมาก และ สว.จำนวน 67 คน มีโอกาสที่ร่างนั้น จะตกไปในวาระ 1 เพราะแม้จะ สส.ต่างพรรคสนับสนุน แต่ซีก สว.ไม่อาจหาเสียงสนับสนุนให้ตัวเลขครบได้ ทำให้ร่างเพื่อไทยมีโอกาสเป็นหมันสูง