เนชั่นทีวี

การเมือง

รู้จัก “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติที่ “โรม” กล่าวถึงคือใคร?

05 ต.ค. 2568

รู้จัก “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติที่ “โรม” กล่าวถึงคือใคร?

รู้จัก “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ ที่ รังสิมันต์ โรม กล่าวพาดพิงถึง ใน กมธ. จนกระทั่งถูกฟ้อง 100 ล้าน คือใคร ?

ไม่แน่ใจว่ามวยถูกคู่หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆด้วยวิวาทะเดือดระหว่าง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ มันหยดติ๋ง จนกลายเป็นกระแส ที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึง บุคคลที่ถูกกล่าวถึงอย่าง เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือ เบน สมิธ ที่หลายคนสงสัยว่าเขาคนนี้เป็นใคร?

 

ประวัติ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือ เบน สมิธ คือใคร?

 

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เบนจามิน หรือ เบน สมิธ มีเชื้อสายผสม แอฟริกาใต้ แคนาดา กัมพูชา เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงทำนองว่า เชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการเมือง ระหว่างไทย–กัมพูชา

ชื่อของ เบน สมิธ เริ่มปรากฏในข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน ในสำนักข่าวหลายแห่ง โดยเฉพาะทอม ไรท์ (Tom Wright) นักข่าวมือรางวัล ที่มักขุดคุ้ยเรื่องราวในมุมไม่ชอบมาพากลของ เบน สมิธ มาตีแผ่ โดยที่ผ่านมา เบน สมิธ มักเก็บตัวเงียบ

 

แต่ล่าสุด เบน สมิธ ได้ออกแถลงการณ์ถึงสิ่งที่ตนเอง เรียกว่า “ผมตกเป็นเหยื่อ” ถูกนายทอม ไรท์ เป็นผู้ลงมืออย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามทำลายชื่อเสียงโดยการกล่าวหาด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ

เบน สมิธ

 

“ผมไม่เคยเป็นผู้ทำความผิดทางอาญาหรือเป็นอาชญากรหนีคดีตามที่มีการกล่าวอ้างอย่างผิดๆ การกล่าวหาทั้งหมดมิได้มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

 

ในบรรดาข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จทั้งหลาย ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดได้แก่ข้อกล่าวหาที่ว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ในประเทศกัมพูชา ผมขอยืนยันว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ไม่ว่าทั้งในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

 

ข้อกล่าวหาทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นความเท็จ ขาดข้อเท็จจริงรองรับ และมีเจตนาเพื่อก่อให้เกิดความสับสนแก่สาธารณชน

 

ผมขอยืนยันว่าผมเป็นพลเมืองที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของทุก ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ผมพักอาศัย เดินทาง หรือทำธุรกิจ ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เป็นผู้อาศัยและประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ผมดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ด้วยความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ ประวัติการทำงานและพฤติกรรมของผมสะท้อนให้เห็นว่าผมเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความรับผิดชอบ”

 

โดย เบน สมิธ ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า “จะเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับ ทอม ไรท์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง”

 

กระทั่งล่าสุดมีข่าวเตรียมฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ฐานหมิ่นประมาท เรียก 100 ล้านบาท ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 นี้

 

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานจาก สำนักข่าวอิศรา ชี้ว่า เบน สมิธ ถือสัญชาติกัมพูชา โดยเป็นที่ปรึกษาเลขาธิการวุฒิสภากัมพูชาตั้งแต่ปี 2557 และมีความพยายามเปลี่ยนสัญชาติเป็นไทย เมื่อปี 2567 แต่ไม่สำเร็จ

 

สิ่งที่ทำให้เขาถูกจับตามอง คือการปรากฏตัวพร้อมกับอดีตนักการเมืองใหญ่ของไทย ทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีใครยืนยันในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าเกี่ยวข้องกันในลักษณะใด คงมีแต่การตั้งข้อสังเกตที่มีการเชื่อมโยงไปในทางผิดปกติ แต่กระนั้นก็ไม่พบว่ามีการดำเนินคดีแต่อย่างใด

 

ขณะที่อีกด้านมีข่าวว่า เบน สมิธ รู้จักกับ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านบทบาทในฐานะที่ปรึกษา และมีการเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่ง เบน สมิธ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่าไม่เป็นความจริง

 

โดยข้อมูลต่างๆเหล่านี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากปากของ เบน สมิธ ถึงสายสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญของแต่ละประเทศว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทั้งไทยและกัมพูชา