“ทวี” แจงไม่มี กม.ห้าม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษซ้ำสอง
04 ต.ค. 2568
“ทวี” ตอบปม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษซ้ำสอง ทำได้หรือไม่ เพราะอะไร? หลังเคยได้รับพระราชทานอภัยลดโทษไปแล้วเมื่อปี 2566
การเมือง
04 ต.ค. 2568
“ทวี” ตอบปม “ทักษิณ” ขอพระราชทานอภัยโทษซ้ำสอง ทำได้หรือไม่ เพราะอะไร? หลังเคยได้รับพระราชทานอภัยลดโทษไปแล้วเมื่อปี 2566
4 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ ของอดีตนายกฯ ทักษิณ โดยตอบเชิงหลักการและข้อกฎหมาย ดังนี้
“การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล เป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ซึ่งได้กำหนดให้ผู้ต้องคำพิพากษาที่คดีถึงที่สุด หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น บิดา มารดา บุตร ธิดา เป็นผู้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ต่อองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้จะดำเนินการได้ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว”
“ในการยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อเรือนจำได้รับเรื่องราวถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบ และรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งให้กรมราชทัณฑ์พิจารณาดำเนินการ เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พิจารณาถวายความเห็น เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่า สมควรพระราชทานอภัยโทษให้หรือไม่ประการใด เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 179 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ในการพระราชทานอภัยโทษ”
ส่วนที่มีบางฝ่ายอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตราที่เกี่ยวข้องทำนองว่า การขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล สามารถขอได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งอดีตนายกฯ เคยขอ และเคยได้รับพระราชทานอภัยลดโทษไปแล้ว เมื่อปี 2566 นั้น พ.ต.อ.ทวี ตอบว่า
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องราวการขอพระราชทานอภัยโทษ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า เป็น “พระราชอำนาจ” จึงไม่ควรมีใครหรือฝ่ายใดล่วงละเมิด หรือนำมาทำให้เป็นข่าว นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์
ตนมองว่า การปล่อยให้มีเอกสารการขอพระราชทานอภัยโทษหลุดออกมา เป็นเรื่องการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตตน และอดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งถือว่าไม่บังควรอย่างยิ่ง
พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า การขอพระราชทานอภัยโทษ ถือว่าเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองของผู้ต้องขังทุกคน แม้กระทั่งนักโทษเด็ดขาด ที่ต้องโทษประหารชีวิตก็ยังมีสิทธิ์ขอได้ และไม่มีกฎหมายมาตราใด บัญญัติห้ามการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลซ้ำสองครั้ง หรือกี่ครั้ง มีเพียงกฎหมายเขียนเอาไว้ว่า หากเรื่องราวการขอพระราชทานอภัยโทษถูกยกฎีกา ห้ามขอใหม่ภายใน 2 ปีเท่านั้น ซึ่งกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณ นับจากการขอครั้งแรก กับครั้งล่าสุด ถือว่าเกิน 2 ปีแล้ว
สำหรับเรื่องราวและหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ บัญญัติอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259-267 รวม 9 มาตรา จะเห็นได้ว่า ไม่มีมาตราใดจำกัดการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือขอพระราชทานเปลี่ยนโทษให้เบาลง ว่ากระทำได้ครั้งเดียว ยกเว้นโทษประหารชีวิตเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติ จึงไม่สามารถจำกัดสิทธิผู้ต้องขังได้ และการทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษก็มีแทบทุกวัน และมีจำนวนมาก เมื่อการพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ จึงไม่มีการเสนอความเห็น หรือถวายความเห็นเป็นอย่างอื่น ในลักษณะชี้นำหรือก้าวล่วงพระราชอำนาจ ฉะนั้นการขอพระราชทานอภัยโทษ ที่ริเริ่มโดยตัวผู้ต้องขัง จะถูกส่งเรื่องไปตามขั้นตอน และกรมราชทัณฑ์ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะ “ยกฎีกา” ทุกกรณี เนื่องจากเป็นพระราชอำนาจเท่านั้น สามารถตรวจสอบกับกรณีอื่นๆ ได้
ที่สำคัญ การขอพระราชทานอภัยโทษของอดีตนายกฯ ทักษิณ ครั้งแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ครั้งนั้นรัฐมนตรียุติธรรม ก็ยกฎีกาเหมือนกัน ฉะนั้นการขอพระราชทานอภัยโทษ หรือขอพระราชทานเปลี่ยนโทษให้เบาลงของอดีตนายกฯ ทักษิณ จึงสามารถทำได้ เนื่องจากเลยเวลา 2 ปีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว (ป.วิอาญา มาตรา 264)
