สำหรับประเด็นการเปิด–ปิดด่านชายแดน นายอนุทิน ย้ำว่า รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก และจะใช้การเจรจาในระดับประเทศเพื่อไม่ให้ไทยเสียเปรียบ พร้อมเน้นย้ำว่าการกลับมาครั้งนี้ รัฐบาลไม่เพียงเยี่ยมเยียน แต่จะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง ความปลอดภัย และดูแลด้านสุขภาพ เช่น การฟอกไตต้องไม่เสียค่าใช้จ่าย และราคาสินค้าเกษตรจะต้องดีขึ้น
ก่อนปิดการปราศรัย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความผูกพันกับจังหวัดสุรินทร์ว่า เป็นเวทีแรกที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเคยขึ้นปราศรัย และย้ำว่าประชาชนในสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี ถือเป็นฐานสำคัญที่ทำให้พรรคได้รับความไว้วางใจ พร้อมฝากถึงประชาชนว่ารัฐบาลจะลงมาพบปะใกล้ชิด ไม่รบกวนข้าราชการผู้ใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลอยู่เคียงข้างทุกคน
พร้อมกันนี้ นายกฯ อนุทิน ได้กล่าวถึงการบริหารงานด้านความมั่นคง โดยระบุว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความพร้อมทั้งด้านกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ ถึงแม้ยังไม่มีการปะทะ แต่เราต้องมีศักยภาพเหนือกว่าฝั่งตรงข้าม เพื่อปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนชายแดน
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้พารัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายเศรษฐกิจหลายท่านลงพื้นที่ด้วย เพื่อเห็นสภาพจริงในภูมิภาค โดยเน้นว่าปัญหาเศรษฐกิจชายแดนไม่ใช่เรื่องของทุนใหญ่เงินเยอะ แต่เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน เกษตรกร และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้รัฐมนตรีได้นำภาพจริงไปออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด