เนชั่นทีวี

การเมือง

ส่อง ครม.นัดแรก "นายกฯอนุทิน" ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

01 ต.ค. 2568 | natthanan_chu

ส่อง ครม.นัดแรก "นายกฯอนุทิน" ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

ส่อง ครม.นัดแรก "นายกฯอนุทิน" ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

1 ตุลาคม 2568 รายงานข่าวแจ้งว่า หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาเสร็จสิ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี ทันที ที่อาคารรัฐสภา ซึ่งถือเป็นการประชุม ครม.นัดแรกอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอนุทิน เมื่อวานนี้ (30 กันยายน 2568)

 

ส่อง ครม.นัดแรก "นายกฯอนุทิน" ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

 

ส่อง ครม.นัดแรก "นายกฯอนุทิน" ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

เรามาสรุปประชุมครม. ครั้งที่ 1/2568 มีอะไรบ้าง ดังนี้

1.แต่งตั้ง. สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นโฆษกประจำสำนายกรัฐมนตรี

2.ตั้งวิปรัฐบาล โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นที่ปรึกษาของวิปรัฐบาล ส่วนประธานวิปรัฐบาลคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และรองประธานประกอบด้วย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพและ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

3.ครม.นัดแรกหลังการแถลงนโยบาย ลุยโอนงบกลางฯ 68 กว่า 5.7 หมื่นล้านทันเส้นตาย 30 ก.ย.

โดย 22,780 ล้านบาท ใช้เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ครั้งในเดือน พ.ย.และธ.ค. ครั้งละ 850 บาท รวมทั้ง 2 เดือน เป็นเงิน 1,700 บาท ส่วนอีก 3.5 หมื่นล้านใช้หนี้ ธ.ก.ส.ตามมาตรา 28 พ.ร.บ.งบประมาณ

4. ครม. มีมติขยายเวลามาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีแดงและสายสีม่วง ไปจนถึง 30 พ.ย. 2568 จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันนี้ พร้อมมอบหมายกระทรวงคมนาคมหามาตรการถาวรเพื่อลดภาระประชาชน โดยไม่เพิ่มภาระภาครัฐ และเสนอ ครม.ภายใน 2 เดือน

5. ครม. อนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 20 อำเภอ อีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

 

 

 

 

ใช้งบ 6 พันล้าน เติมบัตรสวัสดิการรัฐและ นโยบายคนละครึ่ง กระตุ้นศก.ได้บางส่วน

 

โฆษก ธปท. ระบุว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้ง “คนละครึ่งพลัส” และการเติมเงินบัตรสวัสดิการ รวมงบกว่า 66,000 ล้านบาท (ราว 0.4% ของ GDP) จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ไม่เต็มที่ เพราะเป็นมาตรการเงินโอนที่ไม่ได้สร้างงานเพิ่ม คาดว่าผลต่อ GDP จริงอยู่ที่ราว 0.2% ของ GDP โดยจะช่วยด้านการจับจ่ายและความเชื่อมั่น แม้อาจมีการรั่วไหลจากการนำเข้าบางส่วน.

ข่าวล่าสุด