ขณะที่ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การโกงอาจจะทำให้แจ้งเกิดทางการเมืองได้ แต่ถามว่าจะเกิดได้นานแค่ไหน ในปัจจุบันเราจะเห็นนักการเมืองบางคนแจ้งเกิดได้เพราะปราบโกงเหมือนกัน สำหรับวิธีแก้ไข ความจริงบทลงโทษการทุจริตในไทยก็ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่คนโกงถูกจับได้น้อย จึงควรมาร่วมกันหาวิธีช่วยให้คนโกงถูกจับได้มากขึ้นด้วยการเน้นเรื่องการเปิดเผยข้อมูล (open data) เพราะเทคโนโลยีที่จะช่วยในการตรวจสอบเรื่องนี้มีมากขึ้น หากรัฐเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เราก็จะสามารถจับการโกงได้มากขึ้น
“คำถามที่ว่าปัญหาการทุจริตยังคาดหวังกับนักการเมืองได้อยู่ไหม สำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะมีนักการเมืองหรือไม่ ก็จะมีคนใช้อำนาจอยู่ดี อย่างไม่นานมานี้ เหล่านักการเมืองเคยถูกวางไว้ที่ข้างสนามแต่การโกงก็ยังมีอยู่ จึงอยากชักชวนให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบ” ดร.เดชรัตกล่าว
รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า วิธีปราบโกงในฐานะหน่วยงานรัฐ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือกลไก โดยเฉพาะในการติดตามและประเมินผลนับเป็นกลไกรัฐที่อ่อนแอที่สุด หากกลไกนี้เข้มแข็ง ใครไม่ทำงาน ใครทำผิด ใครจะโกง ก็จะถูกพบเห็นได้โดยง่าย อย่าง กทม. พยายามจะทำ one stop service เช่น การขอใบอนุญาตก่อสร้างต่าง ๆ การยื่นเข้ามาต้องทำผ่านระบบออนไลน์และมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนว่าภายในกี่วัน หากช้าต้องมีคำตอบ หรือโครงการที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท กทม.จะเอาเข้าโครงการข้อตกลงคุณธรรม (IP) ให้หมด และยังอยากได้ความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ หรือ PDPA ด้วยว่า ข้อมูลแบบไหนเปิดเผยได้-ไม่ได้
นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า คนที่เชื่อว่า โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ยังเชื่อคำพูดนี้ สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ที่มีผู้ประกอบการกว่า 2 หมื่นราย จะต้านโกงจากผู้ประกอบการแค่รายใดรายหนึ่งคงไม่ได้ผล ต้องไปด้วยกันทั้งองคาพยพ ผู้รับเหมาไม่มีใครอยากจ่ายเงินใต้โต๊ะ แต่ก็อาจถูกรัฐกลั่นแกล้ง เช่น ดึงเรื่องให้ช้า แก้ไขสัญญา ฯลฯ หากขั้นตอนต่าง ๆ ชัดเจน การโกงก็จะน้อยลง ส่วนตัวเคยเจอเหตุการณ์ยื่นประมูลงานกับหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ให้ราคาต่ำที่สุดไปถึง 3 ครั้ง แต่กลับถูกยกเลิกการประมูล และจ้างผู้รับเหมารายอื่นด้วยวิธีพิเศษแทน จึงยื่นเรื่องไปให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่ผ่านมา 8 ปีแล้วกลับไม่มีอะไรคืบหน้า
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปล่อยให้คนโกงได้เปรียบคนที่ทำทุกอย่างโปร่งใส โดยไม่มีคนมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง มันก็ทำให้คนโกงหลายคนแจ้งเกิดได้ ถามว่าผู้มีอำนาจรู้ไหม ก็เห็น ๆ อยู่ แต่เขาจะจัดการไหม สุดท้ายประชาชนก็ต้องลุกขึ้นมาทำกันเอง มีคนถามว่าระหว่างโกงแต่มีผลงานกับสุจริตแต่ไม่มีผลงานจะเลือกใคร อยากถามว่าแล้วจำเป็นต้องเลือกแค่ 2 ทางเลือกนี้เหรอ สำหรับผม ถ้าดีก็ชม โกงก็จับ ทำงานไม่เป็นก็ให้คนอื่นมาทำแทน
“วิธีแก้โกงต้องเริ่มจากเอาน้ำดีไปไล่น้ำเสีย แม้จะยากแต่ก็ต้องเริ่มทำ และปลูกฝังเด็กสมัยนี้ว่าอย่าโกงแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ทุกอย่างมันอยู่รอบตัวเรา ต้องช่วยกัน” นายพันธ์กล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างการเสวนามีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานทั้ง on-site และ online ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันแบบ real-time ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ทางองค์กรฯจะเผยแพร่ข้อมูลในลำดับต่อไป