สร้างพล็อตเรื่อง กลบเกลื่อนเส้นเงิน
เราอธิบายผ่าน “คดีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี” มีตัวละคร ประกอบด้วย สส. “พ.” (ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา) / ผู้ช่วย ส. เป็นผู้ช่วยของ สส. พ. / เสมียน น. เป็นคนดูแลสำนักงาน และเงิน ให้กับ สส. พ. และ เสี่ย ว. นายทุนในพื้นที่จังหวัด ส. ของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งรับผิดชอบอุดหนุนทรัพยากรให้ทั้่งการเลือกตั้ง สส. และการเลือก สว.
สำหรับ เส้นทางเงิน ที่ “คณะที่ 26” มีหลักฐานนั้น พบเส้นเงินโอนผ่าน เสี่ย ว. ไปให้ เสมียน น. และส่งต่อให้ ผู้ช่วย ส. ไปกระจายให้ผู้สมัคร สว. ระดับจังหวัดระดมมาพลีชีพ เลือก สว.เป้าหมายของขบวนการ โดยจ่ายคนละ 2,000 - 6,000 บาท ตามแต่จะตกลงกัน เงินก้อนแรก “เสี่ย ว.” โอนเงินก้อน 174,000 บาท เข้าบัญชีของ เสมียน น. เมื่อคณะที่ 26 เรียกให้การ เสี่ย ว. กลับตอบว่าเป็นเงินเพื่อเช่าพระเครื่อง “สมเด็จวัดเกศไชโย”
โดย สร้างเรื่องว่า เสี่ย ว. ไปหา สส. พ. ที่สำนักงาน แต่ไม่พบ จึงขอกับ เสมียน น. ว่า ขอนำพระเครื่องไปให้เซียนพระที่กรุงเทพฯ ดู ปรากฏว่าเซียนพระยืนยันเป็น “ของแท้” จึงขอเช่าในราคา 174,000 บาท แต่ คณะ 26 ไม่เชื่อ เพราะทั้ง เสี่ย ว. และเสมียน น. ไม่สามารถพาภาพถ่ายพระเครื่อง หรือองค์พระจริงๆ มาแสดงได้ ที่สำคัญการมอบพระเครื่องมูลค่าหลักแสนให้ถือไปกรุงเทพฯ โดยไม่วางเงินมัดจำ ผิดปกติวิสัยการซื้อขายหรือเช่าพระ
นอกจากนั้น คณะ 26 พบเส้นทางเงินโอนอีกก่อน 156,000 บาท ส่งจาก เสี่ย ว. ให้เสมียน น.ก่อนหน้านี้ รวม 2 ก้อน 300,000 บาทพอดี เท่ากับยอดเงินที่ไปจ่ายให้ผู้สมัคร สว.พลีชีพ ครบทุกคน
กลอุบายการสร้างเรื่องยังไม่จบเท่านั้น เพราะเมื่อ คณะ 26 พบว่า เสมียน น. ไม่ใช่คนที่โอนเงินตรงไปให้ผู้สมัคร สว. กลุ่มพลีชีพ แต่โอนเข้าบัญชี ผู้ช่วย ส. จำนวน 87,000 บาท แต่เสมียน น. กลับอ้างว่า เงิน 87,000 บาท ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. แต่เป็น "เงินค่าตกลงซื้อขายแม่พันธุ์วัว" ที่ตกลงซื้อขายกับ ผู้ช่วย ส.เอาไว้
คณะ 26 ฟังแล้วไม่เชื่อ เพราะไม่มีเอกสาร หลักฐานการซื้อขาย หรือแม้แต่หลักฐานการส่งมอบวัว และ “ตัววัว” มายืนยัน ว่าซื้อวัวแม่พันธุ์ ตัวไหนกันหรือ หนำซ้ำ เมื่อ ผู้ช่วย ส. รับเงินแล้ว ก็โอนต่อให้ผู้สมัคร สว. ระดับอำเภอและจังหวัด กลุ่มพลีชีพ ทันที โดยเงินแต่ละก้อน โอนวันเดียวกับที่มีการเลือก สว. ระดับอำเภอ และจังหวัด พอดี
“เสี่ย ว.” ซึ่งเป็น นายทุนพรรคการเมืองในภาคใต้ ถือเป็น “หัวจ่ายระดับภาค” เพราะมีร่องรอยเส้นทางเงินเชื่อมโยงเครือข่ายฮั้วในหลายจังหวัด
เลห์เหลี่ยม ผู้ทรงเกียรติ
เหตุผลของ “คณะ 26” มาจากการสืบสวนและไต่สวนอย่างละเอียด มีหลักฐานทั้งเอกสาร ภาพถ่าย รวมถึงหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ และนิติวิทยาศาสตร์ดิจทัล ยืนยันอย่างแน่นหนา จนน่าเชื่อได้ว่า ขบวนการฮั้วมีลักษณะ “แบ่งงานกันทำ” และวางแผนล่วงหน้าในการยึดวุฒิสภาจริงๆ
พฤติการณ์ของ “สว.ปัจจุบัน” ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “อยู่ในขบวนการฮั้ว” ด้วยเลย ไม่ใช่แค่ “ยืนหล่อๆ รอรับเลือกเท่านั้น” หลักฐานของ “คณะ 26” มัด สว.เหล่านี้จนดิ้นไม่หลุด แต่สิ่งที่พีคสุดๆ ก็คือ คำชี้แจงในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เมื่อได้ดูแล้วจะตกใจทันทีเลยว่า พวกเขาเข้ามาเป็น สว.ผู้ทรงเกียรติกันจริงๆ หรือนี่
สว.ป.-ป. ตัวตึงสภาสูง ให้การไม่ตรงพิกัดโทรศัพท์
คนแรก สว.ตัวตึง เอ่ยชื่อจริงไปทุกคนต้องร้องอ๋อ ชื่อเล่นเขาคือ “ป.-ป.” ถูกกล่าวหาว่า ไปร่วมเป็น “ติวเตอร์ของขบวนการฮั้ว” ที่รีสอร์ท ค. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไปปรากฏตัว และเล่นบทติวเตอร์หน้าเวที วันที่ 24 ถึง 25 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือกระดับประเทศ 1-2 วัน
ท่าน สว. ป.-ป. ชี้แจงกับ “คณะ 26” โดยอ้างหลักฐานยืนยันถิ่นที่อยู่ว่า วันที่ 24 พักผ่อนอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้เดินทางไปที่รีสอร์ท ค. แต่อย่างใด และวันที่ 25 ไปรับประทานอาหารเย็น และร่วมประชุมแนะนำตัวที่รีสอร์ท ค. เพราะเป็นผู้สมัคร สว.ด้วย แต่เมื่อร่วมกิจกรรมจบ ก็เดินทางกลับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการแจกเงินมัดจำงวดแรก 20,000 ถึง 100,000 บาท ตามที่มีการตกลงกันรายคนแต่อย่างใด
แต่ข้อมูลของ ”คณะ 26” กลับตรงกันข้าม และนำมาสู่ข้อสรุปว่า “คำชี้แจงฟังไม่ขึ้น” จึงเสนอ กกต.ให้ฟ้อง สว. ป.-ป. ต่อศาลฎีกา / ข้อมูลของ “คณะ 26” ที่เป็นหมัดเด็ด ก็คือ ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ หรือ cell site history ปรากฏพิกัดชัดว่า วันที่ 24 และ 25 สว. ป.-ป. อยู่ที่รีสอร์ท ค. จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอด ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯเลย
และ ปากคำพยาน ระบุว่า สว. ป.-ป. อยู่ในห้องประชุมที่รีสอร์ท ค. ทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ และจับไมค์พูดหน้าห้องในลักษณะปลุกใจทำนองว่า "เรามารวมตัวกันจะมีคนผิดหวังและสมหวัง ถ้าหากผู้ใดผิดหวัง จะหาตำแหน่งให้... ขอให้พวกเราเชื่อใจกัน”
สว.ตัวตึง ส.เสือ เชี่ยวชาญกฎหมาย คนเดินแจกใบลาออก
ท่าน สว. ส.เสือ ถูกกล่าวหาว่า ร่วมอยู่ในขบวนการฮั้วเลย ไม่ใช่แค่รอพวกพลีชีพมาเลือก แถมยังร่วมใส่เสื้ัอยืดสีเหลือง แจกใบลาออกล่วงหน้า และร่วมในกิจกรรมของขบวนการฮั้วอีกหลายอย่าง แต่ท่าน สว. ส.เสือ ชี้แจงข้อกล่าวหาเอาไว้ ว่า การใส่เสื้อสีเหลือง ไม่ใช่สัญลักษณ์ของขบวนการฮั้ว แต่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เป็นช่วงรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง มีตราสัญลักษณ์เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ การใส่เสื้อสีเหลืองวันเลือกระดับประเทศจึงเป็นเรื่องปกติ ระบุว่า ไม่ได้ร่วมจัดทำตารางฮั้ว สว. ในเอกสาร สว.3 แต่ที่เขียนเลขเข้าไป ก็เพื่อเตือนความจำ
แต่ข้อมูลของ “คณะ 26” ที่ได้มา กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง คือ มีพยานหลายคนให้การตรงกันว่า สว. ส.เสือ อยู่ในห้องทำโพยฮั้วที่โรงแรม ก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ สว. ส.เสือ เป็นตัวการแจก “ใบลาออกล่วงหน้า” ให้ผู้สมัครเซ็นชื่อพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนไว้เป็นหลักประกัน เพื่อบังคับให้ลงคะแนนตามโพยสั่งการ
ขบวนการฮั้ว แก้ตัวน้ำขุ่นๆ อ้างลางานจากเหนือ ขับรถพาลูกสาวเที่ยวเมืองทองฯ
ยังมีตัวอย่างคำชี้แจงแบบ “น้ำขุ่นๆ” จากเครือข่ายพรรคการเมืองที่กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดี ฮั้ว สว. แต่คนกลุ่มนี้ไม่ได้ลงสมัคร สว. และไม่ได้เป็น สว.ในเวลาต่อมา เช่น “ปลัด อ.” เป็นนักการเมืองท้องถิ่นจากภาคเหนือ แต่จู่ๆ ก็มาปรากฏตัวที่โรงแรม ก. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นก็ไปปรากฏตัวที่เมืองทองธานี สถานที่จัดเลือก สว.ด้วย
ปลัด อ.ชี้แจงว่า ตนเอง “ลางาน” พาลูกสาวมาเที่ยวงาน “บ้านและสวน” ที่อิมแพค เมืองทองธานี และเผอิญทราบว่าผู้สมัคร สว.ของจังหวัดสุโขทัย พักที่โรงแรม ก. จึงแวะไปเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และทักทาย ไม่ได้ร่วมขบวนการฮั้ว หรือทำโพยตามที่ถูกกล่าวหา
หรือ นาย ส. นักการเมืองท้องถิ่นคนดังจากภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งมีชื่อโยงขบวนการโกงสอบอยู่ในขณะนี้ด้วย จู่ๆ ก็ไปปรากฏตัวที่โรงแรมและสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นจุดนัดพบของขบวนการฮั้ว นาย ส. ชี้แจงว่า ไปกินก๋วยเตี๋ยวรถเข็นหน้าโรงแรม ไม่ได้เข้าไปในโรงแรมที่ประชุมทำโพยฮั้วกันอยู่ จากนั้นก็ไปดูบรรยากาศที่สนามกอล์ฟ ย่านปทุมธานี ไม่ได้เข้าไปพบปะหรือบรรยายให้กับขบวนการฮั้ว สว.
และที่เห็นการให้สัมภาษณ์กันไปแล้ว อย่าง ว่าที่ร้อยตรีวิทยา คำพวง ที่แก้เกี้ยวคำพูดในคลิปเสียงตัวเองที่พูดว่า “ภารกิจเพื่อข้างบน” โดย “ข้างบน” ที่หมายถึง คือ กกต. ที่เขาได้กำหนดกฎระเบียบ กติกา กำหนดการเอาไว้แล้ว จึงสื่อสารให้ ผู้สมัคร สว.หนองคายดำเนินการ คือ ทำเพื่อข้างบน อึ้งกันทั้งประเทศ
นี่คือข้ออ้างและคำชี้แจงของบรรดาผู้ถูกกล่าวหา ฟังแล้วคุณผู้ชมสงสัย และมีเหตุอันควรเชื่อ ว่ามีความไม่ชอบมาพากลบ้างหรือไม่ แต่ทั้งหมดนี้ กกต.อาจจะเชื่อโดยสนิทใจก็ได้ โดยเฉพาะขับรถหรือนั่งเครื่องบินจากภาคใต้ตอนล่าง ขึ้นไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงแรมที่เขาประชุมฮั้ว สว.