นอกจากนี้ พลเอก ณัฐพล ยังได้กล่าวถึงแผนการส่งมอบพื้นที่ในปี 2570 ว่า กอ.รมน.ภาค 4 มีแผนในการส่งพื้นที่ในปี 2570 ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่ 2 ปีกว่า จึงต้องเร่งประเมินและเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ตัวชี้วัดสำคัญคือ พื้นที่ 37 อำเภอในจังหวัดชายแดนใต้ต้องมีความปลอดภัย ประชาชนต้องใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่เกิดเหตุรุนแรงหรือความหวาดระแวง จึงจะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้
และจากที่ได้พูดคุยวันนี้ จึงมุ่งไปที่ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อม และสิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงทุกคนในพื้นที่คือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยร่วมกัน ตราบใดที่การประเมินยังไม่ชัดเจนว่าจะปลอดภัย ก็อาจยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ และขอยืนยันว่า จะไม่มีการทอดทิ้งพื้นที่เด็ดขาด จะมีการประเมินและติดตามต่อเนื่อง โดยตั้งใจลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอย่างน้อยทุก 2 เดือน
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหม ยังเน้นย้ำถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดของทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ทั้งกองทัพ มหาดไทย ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พร้อมขอให้จังหวัดและฝ่ายปกครองยกระดับกลไกด้านการข่าวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอยากให้ฝ่ายปกครองมีกลไกข่าวสารของตนเอง สามารถแจ้งเตือนเหตุล่วงหน้าได้ ดูแลพื้นที่ได้ในระดับหนึ่ง ส่วนเป้าหมายอ่อนแอ ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้ความสำคัญ และควบคุมได้อย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและควรดำเนินการต่อไป”
ในส่วนของเวทีพูดคุยสันติสุข พลเอกณัฐพล ย้ำว่า แม้ในระดับประเทศอาจยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ แต่ในระดับพื้นที่ยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างบรรยากาศสันติสุข หากระดับพื้นที่ประสบความสำเร็จ ก็อาจไม่จำเป็นต้องมีการพูดคุยในระดับประเทศ
โดยการประชุมในครั้งนี้ มี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจ หน่วยงานด้านทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานสถานการณ์ในทุกมิติ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะแบบบูรณาการอย่างรอบด้าน