svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ภูมิธรรม แจงปมเลขาฯกฤษฎีกา ชี้รักษาราชการแทนนายกฯ ยุบสภาไม่ได้

07 ก.ค. 2568

ภูมิธรรม ยอมรับว่า เลขาธิการกฤษฎีกา เสนอความเห็น รักษาราชการแทนนายกฯ ไม่มีอำนาจยุบสภา แต่ต้องฟังมุมมองนักวิชาการทุกฝ่าย รวมถึงของ “วิษณุ เครืองาม” ยังไม่ยึดแนวทางไหน

7 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมครม.นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีการเสนอเรื่องอำนาจรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้ ครม. รับทราบหรือไม่ หลังเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอความเห็น ระบุว่า อำนาจรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจยุบสภา ว่า ไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจกัน เพราะเรื่องที่ประชุมกันเป็นการมอบอำนาจหน้าที่ เลขาธิการกฤษฎีกาได้พูดข้อคิดเห็น และแนะนำ แต่ไม่ใช่ข้อที่บันทึกในที่ประชุม เป็นเพียงการยกตัวอย่างการปกครองในระบอบรัฐสภาแบบ Westminster ของประเทศอังกฤษ และได้มีการสอบถามว่าได้มีการพักราชการนายกฯ แบบ Westminster ซึ่งไม่มี นั่นคือความเห็นวิชาการอีกแง่มุมหนึ่ง

ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามว่า แล้วรัฐบาลเชื่อความเห็นของเลขากฤษฎีกาหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นหนึ่งความเห็นที่ควรพิจารณา รับฟัง แต่ไม่มีอะไรเป็นที่ยืนยัน ซึ่งความเห็นดังกล่าวนี้ในส่วนของ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ก็เคยเสนอความเห็น และหลายท่านเสนอก็เป็นเรื่องที่ควรพิจารณา แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องพิจารณา

 

เมื่อถามว่า นายภูมิธรรม จะยังไม่คิดใช้อำนาจยุบสภาใช่หรือไม่ หากเกิดสถานการณ์การเมืองคับขัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะใช้อำนาจอะไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองแต่ละช่วง ในเมื่อยังไม่ถึงสถานการณ์จะไปนั่งคิดทำไม วันนี้ไม่ใช่เวลานั่งคิดว่าเราจะอยู่หรือเราจะไป วันนี้ต้องมานั่งคิดว่าจะทำงานให้เต็มที่ได้อย่างไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานทั้งหมด ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำให้เกิดความไม่แน่นอน ไปสร้างความไม่มั่นใจอะไรต่างๆ ปัญหาที่ยังไม่เกิดเราไม่ควรถาม ควรจะถามในปัญหาที่คิดว่าสำคัญว่าทำต่อไปอย่างไร และยังไม่รู้ว่าเรื่องจะออกบวกหรือลบอย่างไร ไม่ควรมาคิดเรื่องลบอย่างเดียว

ข่าวข้น คนข่าว

ทางแก้ลดค่าการกลั่นทำได้ยาก | ข่าวข้นคนข่าว | 13 มี.ค. 69 | PART 2

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายกลไกการตั้งราคาการกลั่นน้ำมัน ว่า การตั้งราคากลั่นน้ำมัน นำมาจาก ราคาน้ำมันสุกจากตลาดสิงคโปร์ ลบ ราคาน้ำมันดิบ จะได้ราคากลั่นน้ำมัน ส่วนที่เป็นค่ากลั่นน้ำมัน ซึ่งจะเป็นค่ากำไร หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมอยู่ในค่ากลั่นน้ำมัน และจากการศึกษาในอดีตจากช่วงสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ปี 65 พบว่า ในช่วงนั้นราคากลั่นสูง ปรากฎว่า ได้กำไรสูงตาม แต่ไม่ได้สูงมากนัก แต่ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ไม่วิกฤติ หรือ ในช่วงโควิด ที่ความต้องการน้ำมันน้อยลง ค่าการกลั่นก็น้อยลงตาม ทำให้โรงกลั่นก็ขาดทุน ตามกลไกตลาด