จากปัญหาทั้งหมด นำมาสู่ข้อเสนอจากหลากหลายฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา
1.นักวิชาการ และผู้รู้ทุกฝ่าย ทุกค่าย เรียกร้องให้ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสาร
- ตั้งวอร์รูม ตั้งผู้รับผิดชอบ
- ทำให้การสื่อสารเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และเชิงรุก
2.ทุกฝ่ายเรียกร้องให้ตั้ง “ทีมยุทธศาสตร์” หรือ “คณะทำงาน” ที่ทำเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ
- 16 มิ.ย.2568 กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย อ้างว่ามีคณะทำงานแล้ว เพียงพอหรือไม่
3.รัฐบาลมีช่องทางในการเปิดเกมรุกกลับกัมพูชา โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง ก้าวร้าว หรือกำลังทหาร เช่น ข้อเสนอจาก ผศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ จาก ม.ธรรมศาสตร์ ที่บอกว่า "กัมพูชา" ก็มีช่องโหว่จากคำแถลงหลัง JBC
- บอกว่าไม่เจรจา 4 พื้นที่ภายใต้กรอบ JBC แต่พื้นที่อื่นกลับยอมรับ เกิดคำถามว่า ทำไมต้องเลือกเฉพาะ 4 พื้นที่ แต่พื้นที่อื่นยอมอยู่ใต้กลไก JBC ถือเป็นการใช้สิทธิ์ฟ้องศาลโลกโดยไม่ค่อยสุจริตหรือไม่
- รู้อยู่แต่แรกแล้วว่า ยื่นฟ้องศาลโลกฝ่ายเดียว โดยไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลโลก แล้วเหตุใดจึงดึงดันยื่นฟ้อง
4.ประเด็นที่ นายกฯฮุน มาเนต พูดเรื่อง “เขตแดนเชิงอัตลักษณ์” หมายถึงการไม่ได้อ้างอธิปไตยเฉพาะเส้นเขตแดน แต่ตีความกว้างไปถึงนามธรรมอื่นๆ เช่น ประวัติศาสตร์ อารยธรรม ฯลฯ ถือเป็นทัศนคติอันตรายต่อการอยู่ร่วมกันของประเทศเพื่อนบ้าน หรือของประชาคมอาเซียน
ยกตัวอย่าง การผูกขาดอารยธรรมขอม หรือ โขน หรือมวย กุนแขมร์ แล้วอ้างว่าทุกอย่างเป็นของตัวเอง ที่ไหนมีปราสาทแบบขอม ที่นั่นคือดินแดน "กัมพูชา"
"ไทยสามารถยกระดับเรื่องนี้สู่เวทีระหว่างประเทศเพื่อให้ปรามบทบาทของผู้นำกัมพูชาได้หรือไม่ ?"
5.การเชิญทูตต่างประเทศเข้ารับฟังสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ถือว่าเพียงพอกับสถานการณ์หรือยัง